วันพุธที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

เวลานั้นหรือคืออะไร? เหตุใดเจ้าจึงมุ่งไปข้างหน้า?


          เพื่อน ๆ เคยได้ยินสุภาษิตที่ว่า "เวลาและวารีไม่เคยรอใคร" หรือเปล่าครับ คำกล่าวนี้คงจะไม่เกินจริงเพราะความหมายก็ตรงตัวเลย เวลาและสายน้ำไม่หยุดนิ่งอยู่กับที่ เวลามีแต่จะเดินต่อไปข้างหน้า ส่วนสายน้ำก็ไม่มีทางไหลย้อนกลับ แล้วเพื่อน ๆ รู้สึกสงสัยกันหรือเปล่าครับว่าเวลาคืออะไร? เหตุใดเวลาจึงก้าวไปข้างหน้า? เวลาย้อนกลับไม่ได้เหรอ? แล้วเวลามีจุดกำเนิดหรือเปล่า? บทความนี้เราจะมาทำความรู้จักเวลาให้มากขึ้นอีกสักนิด

เวลามีจุดกำเนิดหรือเปล่า?

          ลองจินตนาการถึงตอนที่เพื่อน ๆ แหงนหน้ามองออกไปยังอวกาศ หรือเอาง่าย ๆ ก็เป็นมองดวงอาทิตย์ก็ได้ (จินตนาการเฉย ๆ นะ อย่าทำจริง เดี๋ยวได้ตาบอดกันพอดี) จริง ๆ แล้วเพื่อน ๆ กำลังมอง "เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต" อยู่ หลักของการมองเห็นคือการที่แสงตกกระทบกับวัตถุแล้วสะท้อนกลับเข้ามาที่ตาของเรา ซึ่งแสงจากดวงอาทิตย์ใช้เวลาประมาณ 8 นาทีจึงจะมาถึงโลก นั่นก็หมายความว่าเพื่อน ๆ กำลังมองเห็นดวงอาทิตย์เมื่อ 8 นาทีก่อน


          ถ้าจักรวาลคงอยู่เป็นแบบนี้มาตั้งแต่แรก ท้องฟ้ายามค่ำคืนก็จะต้องสว่างไปด้วยแสงจากดาวฤกษ์ไม่มีที่สิ้นสุด แต่เพราะจักรวาลมีจุดกำเนิดและกำลังขยายตัวออกด้วยความเร่ง จึงทำให้แสงจากดาวฤกษ์ยังมาไม่ถึงโลกเรา ซึ่งเราเรียกจุดกำเนิดของจักรวาลและจุดที่เวลาได้เริ่มต้นขึ้นว่า Big Bang

          เนื่องจากจักรวาลมีค่าเฉลี่ยเท่ากันทุกที่ และค่าเฉลี่ยเองก็มีลักษณะเหมือนกันในทุกทิศทาง หรือพูดง่าย ๆ คือจักรวาลไม่มีเวลา ดังนั้นในการจะวัดอายุไขของจักรวาลเราจำเป็นต้องทำการวัดลักษณะของรังสีไมโครเวฟพื้นหลังที่ตกค้างจากการเกิด Big Bang ซึ่งผลปรากฎว่าจักรวาลมีอายุ 13.799 พันล้านปี (แก่ชะมัด ช่วงชีวิตของมนุษย์แค่ 100 ปีเนี่ย เทียบเท่าฝุ่นธุลีเลยเนอะ)

ลูกศรแห่งเวลา

          เมื่อเวลาได้เริ่มต้นขึ้น เวลาก็มีทิศทางแน่นอนคือพุ่งตรงไปยังข้างหน้าเสมอ เพื่อที่จะอธิบายว่าเหตุใดเวลาไม่สามารถย้อนกลับได้เราต้องหากระบวนการในธรรมชาติที่ไม่สามารถย้อนกลับได้เช่นกัน หนึ่งในแนวคิดนั่นก็คือการที่สิ่งของมีแนวโน้มจะ "เป็นระเบียบ" น้อยลงเมื่อเวลาผ่านไป หรือที่เรียกว่าเอนโทรปี

          เพื่อน ๆ ลองจินตนาการถึงขวดที่มีน้ำหอมอยู่เต็มขวด (สถานะเป็นระเบียบ) ถ้าเปิดจุกขวดทิ้งไว้นาน ๆ น้ำหอมก็จะฟุ้งกระจายทั่วห้อง (สถานะไร้ระเบียบ) หรือถ้าเพื่อน ๆ กำลังอ่านบทความนี้แล้วหิวก็ลองจินตนาการถึงโจ๊กร้อน ๆ สักชาม ถ้าตั้งโจ๊กร้อน ๆ ไว้สักพัก โจ๊กก็จะเริ่มเย็นลง นั่นเพราะมีการถ่ายเทอุณหภูมิ (ความร้อน) จากโจ๊กออกไปสู่อากาศรอบ ๆ เพื่อทำให้โจ๊กและอากาศรอบ ๆ มีอุณหภูมิเท่ากัน หรือก็คือลูกศรแห่งเวลาจะชี้จากความเป็นระเบียบ (สภาพไม่สมดุล) ไปสู่ความไร้ระเบียบ (สภาพสมดุล) นั่นเอง

เวลามีจุดจบหรือเปล่า?

          เวลามีจุดกำเนิดแล้วมีจุดจบหรือเปล่า เมื่อมนุษย์เราเกิดขึ้นมา จุดจบก็คือความตาย แล้วเวลาล่ะตายได้หรือเปล่า คำตอบคือไม่รู้ครับ ความตายหรือจุดจบของเวลานั้นขึ้นอยู่กับพลังงานลึกลับบางอย่างซึ่งเรียกว่า "พลังมืด" ครับ เจ้าพลังมืดนี้เองที่ทำให้จักรวาลขยายตัวออกไปอย่างรวดเร็วโดยไม่มีจุดใดเป็นจุดศูนย์กลาง จุดจบของเวลาอาจเกิดจากการขยายตัวออกไปอย่างรวดเร็วนี้ได้ฉีกจักรวาลออกแล้วกลายเป็นจุดจบ หรือพลังงานมืดอาจจะสลายไปแล้วทำให้จักรวาลเกิดการหดตัวบีบอัดทุกอย่าง...ก็ยังไม่อาจรู้ได้ แต่ในอนาคตถ้าเราสามารถเข้าใจพลังงานมืดได้ เราก็คงจะรู้ชะตาของจักรวาลได้ จุดสิ้นสุดจะเป็นเช่นไร มีเพียงเวลาเท่านั้นที่จะบอกได้


ที่มา: Sciencealert.com


Share:

0 comments:

แสดงความคิดเห็น