วันพฤหัสบดีที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2559

ค้นพบยาที่สามารถฆ่าเชื้อ HIV ได้!

(ภาพจาก Americanpregnancy.org)

          ถ้าพูดถึงไวรัส HIV (Human Immunodeficiency Virus) ใคร ๆ ก็รู้จักในฐานะโรคร้ายที่จะปลิดชีวิตผู้ที่ติดเชื้ออย่างไม่มีทางรักษา แต่ในอนาคตอาจจะไม่เป็นเช่นนั้น เพราะมีการค้นพบตัวยาที่สามารถฆ่าไวรัส HIV ได้แล้ว แต่ก่อนหน้านั้นเรามาทำความรู้จักกับไวรัส HIV คร่าว ๆ กันก่อนดีกว่า

          เมื่อร่างกายได้รับเชื้อ HIV เข้าไปแล้ว ตัวไวรัสจะพุ่งเป้าหมายไปยังระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย โดยไวรัสจะไปเกาะจับที่ T-cell ซึ่งเป็นเซลล์เม็ดเลือดขาว นอกจากจะทำให้เซลล์เม็ดเลือดขาวไม่กำจัดเชื้อโรคที่เข้าสู่ร่างกายแล้ว ยังเป็นแหล่งผลิตไวรัสอีกด้วย ลองจินตนาการดูว่าร่างกายของเราคือประเทศ ๆ หนึ่ง ซึ่งมีระบบภูมิคุ้มกันเป็นตำรวจ ส่วนเชื้อโรคก็คือโจรที่เข้ามาทำอันตรายต่อร่างกายเรา เมื่อไวรัส HIV เข้ามาในร่างกายแล้วก็จะไปทำตำรวจอ่อนแอลงจนไม่สามารถปราบโจรได้ โจรก็จะทำลายจนประเทศล่มจม

          "อ้าว แล้วโรคเอดส์ล่ะ คืออะไร" .....โรคเอดส์ก็คือระยะสุดท้ายของ HIV ซึ่งระบบภูมิคุ้มกันถูกทำลายจนไม่สามารถกำจัดเชื้อโรคต่าง ๆ ได้แล้ว จากจินตนาการเมื่อกี้จะเห็นได้ว่าส่วนมากของผู้ที่ติดเชื้อจะเสียชีวิตด้วยโรคแทรกซ้อน นั่นเป็นเพราะเมื่อระบบภูมิคุ้มกันถูกทำลายแล้ว เราก็จะไม่สามารถต่อต้านเชื้อโรคต่าง ๆ ที่บุกรุกเข้ามาในร่างกายได้นั่นเอง ..... อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

(ภาพจาก Mims.com)

          การรักษาผู้ติดเชื้อ HIV ในปัจจุบันเรียกว่า Anti-Retroviral Therapies (หรือเรียกย่อๆว่า Art) เป็นการให้ยาต่อต้านไวรัสที่จะยับยั้งการเพิ่มจำนวนของไวรัส และการลดเข้าไปเกาะจับเซลล์เม็ดเลือดขาวของไวรัส แต่ยาไม่สามารถรักษาเซลล์เม็ดเลือดขาวที่หยุดเจริญเติบโตได้ ซึ่งหมายถึงไม่สามารถขจัดไวรัสออกไปจนหมดได้ แถมยังคงมีการเพิ่มจำนวนไวรัสอยู่อีกด้วย ดังนั้นการรักษาแบบนี้จึงเป็นแค่การยืดชีวิตผู้ป่วยให้ยาวนานขึ้น

          การรักษาแบบใหม่นี้จะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ในส่วนแรกวัคซีนจะช่วยให้ร่างกายสามารถตรวจจับเซลล์ที่ติดเชื้อ HIV และในส่วนที่สองยาที่เรียกว่า Vorinostat จะไปกระตุ้นเซลล์ที่หยุดเจริญเติบโตทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายสามารถตรวจจับไวรัสได้ ซึ่งจากการทดสอบรักษาผู้ป่วย 50 คนของนักวิจัยจาก 5 มหาวิทยาลัยในสหราชอาณาจักร ผลการตรวจเลือดของชายวัย 44 ปีหลังการรักษาแลัวไม่พบเชื้อไวรัส HIV ในร่างกายอีกแล้ว

          คุณ Mark Samuels กรรมการผู้อำนวยการของสถาบัน National Institute for Health Research Office for Clinical Research Infrastructure กล่าวว่า "เรากำลังวิจัยวิธีที่จะรักษาเชื้อ HIV ให้หายขาด นี่เป็นการท้าทายครั้งสำคัญ ถึงมันยังเร็วไปที่จะบอกว่าวิธีนี้สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่กระบวนการวิจัยกำลังเป็นไปด้วยดี"

          Professor Sarah Fidler แพทย์ที่ปรึกษาให้สัมภาษณ์ว่า "การรักษาแบบใหม่นี้ถูกออกแบบมาให้กำจัดเชื้อ HIV ทั้งหมดรวมถึงเซลล์ที่หยุดเจริญเติบโตไปแล้วออกไปจากร่างกาย และการรักษาก็ประสบผลสำเร็จในห้องทดลอง ซึ่งเป็นข้อพิสูจน์ว่ามันก็จะใช้ได้ผลกับมนุษย์ด้วย แต่ว่ายังต้องใช้เวลาอีกนานกว่าจะนำมาใช้รักษาจริงได้"

          ถึงจะเป็นเพียงผลลัพธ์ในห้องทดลอง ยังไม่สามารถนำมาใช้รักษาผู้ป่วยได้จริง แต่ก็ถือเป็นความก้าวหน้าทางการแพทย์ที่สำคัญ ในอนาคตเราอาจจะไม่ต้องกลัว HIV อีกต่อไปแล้วก็ได้

ที่มา: Telegraph.co.uk


วันพุธที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2559

สรุปงาน Made by Google เปิดตัวอุปกรณ์ใหม่ของ Google ในวันที่ 4 ตุลาคม 2559


          จบกันไปเรียบร้อยแล้วนะครับสำหรับงาน Made by Goole ซึ่งเป็นงานเปิดตัวอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ใหม่ของ Google ในวันที่ 4 ตุลาคม 2559 งานนี้มีอุปกรณ์น่าเล่นมากมาย ที่อยากได้มากที่สุดก็คงจะเป็นโทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่ Pixel XL เนี่ยแหละครับ (ฮา) .....เอาล่ะ เรามาดูกันดีกว่าว่าในงานนี้มีอะไรน่าสนใจกันบ้าง


          เริ่มต้นงานด้วยคลิปนี้ ขอสารภาพตามตรงว่ายังไม่เคยดูเรื่อง Silicon Valley เลย (ฮา) หลังจากนั้นคุณ Sundar Pichai ซึ่งเป็น CEO ของ Google ก็เดินออกมากล่าวเปิดงาน เล่าถึงการเปลี่ยนผ่านจากยุค PC ที่ทำงานแบบ Stand-alone คอมพิวเตอร์แต่ละเครื่องไม่เชื่อมต่อกัน ส่งไฟล์ผ่านแผ่น Floppy Disk (ดักแก่เลยจ้า ฮะฮะ) ไปสู่ยุค Web ที่คอมพิวเตอร์สื่อสารกันผ่านอินเตอร์เน็ต จากนั้นก็พัฒนาไปสู่ยุค Mobile First ที่สามารถใช้โทรศัพท์มือถือติดต่อสื่อสารกับอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้ แล้วก็เข้าสู่ยุค AI First ซึ่งเป็นยุคที่สิ่งประดิษฐ์สามารถเรียนรู้ได้ด้วยตัวเองจากข้อมูลมากมาย ยกตัวอย่างเช่น Alpha Go ปัญญาประดิษฐ์ที่เอาชนะแชมป์เกม Go ได้นั่นเอง


          หลังจากพูดเสร็จคุณ Sundar Pichai ก็แสดงคลิปแนะนำ Google Assistant ซึ่งเป็น AI ที่จะคอยช่วยเหลือเรา โดยทาง Google ก็มีการ(แอบ)เก็บข้อมูลการใช้งานของเรา นำไปให้ AI เรียนรู้ เพื่อที่จะได้ตอบสนองหรือนำเสนอข้อมูลได้ตรงตามที่เราต้องการ ราวกับ Google ถูกสร้างมาให้เข้ากับการใช้ชีวิตของเราโดยเฉพาะ

          ถัดไปก็เป็นเรื่องของ Machine learning ซึ่งทาง Google ได้ให้คอมพิวเตอร์แยกแยะรูปภาพว่าในรูปนั้น ๆ มีอะไรอยู่บ้าง ซึ่งตอนนี้สามารถแยกแยะรูปได้ถึง 93.9% เช่น แต่ก่อนแยกแยะได้ว่าในรูปมีรถไฟ แต่ปัจจุบันสามารถแยกแยะได้ลึกกว่านั้นว่ารถไฟมีสีอะไรบ้าง เป็นต้น Google Translate เองก็ยังมีการเรียนรู้เพื่อแปลข้อความออกมาให้แม่นยำมากกว่าเดิม นอกจากนี้แอปพลิเคชันแชทตัวใหม่ที่ชื่อ Allo ก็ยังสามารถพูดคุยโต้ตอบกับผู้ใช้งานได้อีกด้วย หลังจากเกริ่นนำไปพอสมควรแล้วก็ถึงเวลาเปิดตัวอุปกรณ์ใหม่ ๆ แล้ว

Pixel, Pixel XL



          อุปกรณ์ใหม่ชิ้นแรกที่เปิดตัวก็คือสิ่งที่ทุกคน ๆ เฝ้ารอคอยกันอยู่ นั่นก็คือ Google Pixel และ Google Pixel XL นั่นเอง เจ้าอุปกรณ์นี้ถูกกล่าวว่าเป็นมือถือที่ดีที่สุดของ Google ซึ่งมาพร้อมกับฟีเจอร์พิเศษ 5 อย่างได้แก่

  • Google Assistant: ผู้ช่วยที่จะแสดงข้อมูลตามที่ผู้ใช้งานต้องการด้วยคำสั่งเสียง พร้อมทั้งพยายามคาดเดาว่าผู้ใช้ต้องการจะทำอะไรต่อ เช่น บอกให้แสดงรูปถ่ายภายในเครื่อง บอกให้ตรวจสอบรอบการแสดงละคร เป็นต้น วิธีเรียกใช้งานก็ง่าย ๆ เพียงแค่กดปุ่มโฮมค้างไว้เท่านั้นเอง
  • กล้องถ่ายภาพ: ได้รับคะแนนภาพถ่าย 89 คะแนนซึ่งเป็นคะแนนสูงที่สุดในบรรดากล้องจากโทรศัพท์มือถือจากเว็บจัดอันดับกล้องมือถือ DxOMark ซึ่งนอกจากจะใช้ฮาร์ดแวร์ของกล้องแล้ว ยังใช้ซอฟต์แวร์ HDR+ ร่วมอีกด้วย ภาพที่ได้จึงคมชัดและสว่าง แล้วยังมี Zero Shutter Lag ทำให้สามารถถ่ายรูปต่อเนื่องได้อย่างไม่ติดขัด สุดท้ายเป็นส่วนของวิดีโอซึ่งมีระบบกันสั่นทำให้คลิปที่ถ่ายออกมานิ่ง
  • หน่วยความจำ: Google Pixel จะมี Google Photo ติดมาพร้อมกับเครื่อง และยังให้พื้นที่ในการ back up ไฟล์ภาพถ่ายและไฟล์วิดีโอเต็มขนาดแบบไม่มีจำกัดพื้นที่ ไม่มีคำว่า Storage Full 
  • การติดต่อสื่อสาร: ใช้แอปพลิเคชันตัวใหม่ได้แก่ Google Duo ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันวิดีโอคอล กับ Google Allo ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันแชท
  • Virtual Reality: Google Pixel เป็นมือถือรุ่นแรกที่รองรับ Daydream Ready ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่ทำให้สามารถใช้งาน Virtual Reality ได้


          Google Pixel มี 3 สีให้เลือกนั่นคือ Quite Black, Very Silver แล้วก็ Really Blue (.....ตั้งชื่อได้กวนจัง ฮา) ส่วนสเปคก็ตามนี้ รายละเอียดเพิ่มเติม และช่องทางการ สั่งซื้อ


Daydream View



          ถัดจากมือถือก็เป็น Daydream View ซึ่งเป็นแว่น Virtual Reality (VR) ที่ใช้ผ้าเป็นวัสดุหลักเพื่อความนุ่มสบายตอนสวมใส่ มีคอนโทรลเลอร์ช่วยในการควบคุม คนที่ใส่แว่นก็สามารถใช้งานได้ (เย้!) ใช้งานโดยการเอามือถือที่รองรับ Daydream Ready มาเสียบ จากนั้นเราก็จะสามารถเข้าสู่โลกแห่ง VR ได้แล้ว ทำให้เราสามารถมองได้ 360 องศา (เพิ่มเติม: เวลาเราสวมแว่น VR และเปิดวิดีโอที่ทำมาสำหรับ VR โดยเฉพาะแล้ว เราจะรู้สึกเหมือนเข้าไปอยู่ในโลกของวิดีโอเลยล่ะ ซึ่งวิดีโอ VR จะแบ่งภาพออกเป็น 2 หน้าจอ จอนึงสำหรับตาซ้าย อีกจอนึงสำหรับตาขวา แต่เมื่อมองผ่านแว่น VR แล้วจะเห็นเป็นจอเดียวพร้อมกับให้ความรู้สึกเสมือนเราเข้าไปอยู่ในเหตุการณ์นั้น ๆ ด้วย)


          ในส่วนคอนโทรลเลอร์ที่ใช้ช่วยในการควบคุมนั้นนอกจากจะมีปุ่มกับ touchpad แล้วยังมีเซนเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนที่อยู่ด้วย ทำให้สามารถใช้ควบคุมอุปกรณ์ในเกม VR ได้ (ตามที่เห็นเกมที่สร้างจากหนังเรื่อง Fantastic Beasts and Where to Find Them ตรงช่วงเวลาที่ 00:39 นาทีของในคลิป จะเห็นไม้กายสิทธิ์ขยับไปตามตัวคอนโทรลเลอร์)
          Daydream View มีราคา $79 รายละเอียดเพิ่มเติม และช่องทางการ สั่งซื้อ

Google Home



          ลำโพงอัจฉริยะสั่งการด้วยเสียงของ Google เปรียบเสมือน Google Assistant ประจำบ้าน เริ่มต้นใช้งานด้วยการพูดว่า "Ok Google" ซึ่งเราสามารถ
  • ถามคำถาม เช่น ถามสภาพอากาศ ถามสภาพการจราจร เป็นต้น
  • สั่งการ เช่น สั่งให้เล่นเพลงจาก Google Play Music หรือสั่งเปิดภาพจาก Google Photo เป็นต้น
  • จัดตารางงาน


          นอกจากนี้ยังสามารถใช้ควบคุมอุปกรณ์อัจฉริยะภายในบ้านได้อีกด้วย อย่างปลั๊กไฟอัจฉริยะ สวิตซ์อัจฉริยะ ทีวีอัจฉริยะ Chromecast หรืออุปกรณ์อัจฉริยะอื่น ๆ ที่อาจตามมาในอนาคต เช่น สั่งให้ลดแสงไฟ เปิด-ปิดเพลง เป็นต้น ดูตามคลิปแล้วอย่างกับมีจาร์วิสในหนัง Ironman เลยนะเนี่ย แต่บ้านเราจะได้ใช้แบบนี้หรือป่าวเนี่ยสิ (ฮา)
          Google Home มีราคา $129 รายละเอียดเพิ่มเติม และช่องทางการ สั่งซื้อ


Google Wi-Fi



          ชื่อก็บอกอยู่แล้วเนอะว่าเป็นอุปกรณ์ที่มีไว้ใช้ทำอะไร ที่เพิ่มเติมจาก Wi-Fi routers ธรรมดาก็คือเมื่อใช้งาน Google Wi-Fi หลาย ๆ ตัวแล้ว เจ้าอุปกรณ์นี้ก็จะคุยกันเองและถ้าจุดไหนมีการใช้สัญญาณมากกว่า Google Wi-Fi ก็จะเร่งสัญญาณ ณ ตรงจุดนั้นให้มากกว่าปกติ
          Google Wi-Fi มีราคา $129 รายละเอียดเพิ่มเติม และช่องทางการ สั่งซื้อ

Chromecast Ultra



          Chromecast เป็นอุปกรณ์เสริมขนาดเล็กที่มีหัวเสียบเป็น HDMI เมื่อเสียบเข้ากับทีวีแล้ว Chromecast จะเป็นตัวกลางสำหรับสตรีมวิดีโอออกไปยังหน้าจอทีวี โดยใช้มือถือหรือเว็บเบราว์เซอร์ Chrome ที่อยู่ในวง Wi-Fi เดียวกันเป็นรีโมต ซึ่ง Chromecast Ultra จะสามารถสตรีมวิดีโอ 4K ที่มีความละเอียดสูง แถมยังเสียบสาย Lan ได้อีกด้วย
          Chromecast Ultra มีราคา $69 รายละเอียดเพิ่มเติม

          สุดท้ายคุณ Scott Huffman ก็ขึ้นเวทีมาพูดเกี่ยวกับ Google System เล่าว่าแต่ก่อน Google Assistant ทำได้แค่นำเสนอข้อมูล ยังไม่สามารถทำอะไรได้มากมายเหมือนปัจจุบัน แต่ปัจจุบันนี้สามารถทำอะไรได้มากกว่านั้น เช่น เวลาถามรอบหนังแล้วก็สามารถจองตั๋วได้เลย

          สรุปงาน Made by Google ก็มีประมาณนี้ จากงานนี้เห็นได้ว่า Google เองก็กระโดดมาเล่นด้านฮาร์ดแวร์บ้างแล้ว เมื่อซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์เป็นของผู้ผลิตเจ้าเดียวกัน อุปกรณ์ก็จะทำงานร่วมกันได้อย่างสมบูรณ์แบบ อาจจะมีอะไรที่ไม่ได้พูดถึงหรือตกหล่นไปบ้าง เพื่อน ๆ ก็สามารถดูวิดีโองาน Made by Google แบบเต็ม ๆ ได้ที่คลิปข้างล่างเลย


ที่มา: Made by Google Youtube , Made by Google Web


วันอังคารที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2559

[ประชาสัมพันธ์] THEPA Talk (เท่ปะทอล์ค) #2 : Particle Physics Research at CERN and Future Colliders


        ประชาสัมพันธ์งานบรรยายพิเศษเกี่ยวกับฟิสิกส์ในหัวข้อ Particle Physics Research at CERN and Future Colliders โดย ดร.นรพัทธ์ ศรีมโนภาษ ภาควิชาฟิสิกส์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อน ๆ สามารถลงทะเบียนเพื่อรับของว่างได้ ที่นี่ เลยครับ

วันพุธที่ 19 ตุลาคม 2559
เวลา 13.30 - 15.30 น.
สถานที่ ห้อง 410 อาคาร 10 มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ


วิธีเดินทาง

  • รถยนต์
    • ด้านถนนอโศกมนตรี: มาได้จากเส้น ถ.รัชดาภิเษก, หรือมาทาง ถ.พระราม 3, แยกอโศก, แยกเพชรบุรี ทางด่วนที่ใกล้ ทางด่วนพระราม 9 และทางพิเศษศรีรัชแยกประดิษฐ์มนูธรรม
    • ด้านถนนสุขุมวิท 23: มาได้จากเส้น ถ.สุขุมวิท หรือมาทาง ถ.พระราม 1 เข้าซอยสุขุมวิท 23 (มีปั๊ม Shell และตึกจัสมินระหว่างซอย) ขับตรงมาจากปากซอย 23 เรื่อยๆจนสุดซอย
    • ด้านถนนเพชรบุรีตัดใหม่: เลี้ยวเข้าซอยพร้อมพงษ์ (แยกอิตัลไทย/สเต็กลาว) เข้าเส้นสุขุมวิท 39 วันเวย์ตามทางพร้อมจิตร และเข้าเส้นสุขุมวิท 31 สังเกตป้าย มศว ตลอดทาง เข้าด้านหลังโรงเรียนสาธิต มศว ประสานมิตร
  • รถไฟฟ้าBTS: สถานีอโศก ลง Exit 3 ข้ามฝั่ง (ลงทางเชื่อม MRT ได้) มายังซอยสุขุมวิท 23 ขึ้นวินมอเตอร์ไซค์ได้ตรง ซอยคาวบอย หรือเดินทะลุ Interchange 21 มาขึ้นมอเตอร์ไซค์ด้านหลังตึก
  • รถไฟฟ้าใต้ดิน MRT
    • สถานีเพชรบุรี
      • ออกประตู 2 เดินย้อนข้ามคลองแสนแสบถึง 7-eleven ข้ามฝั่งไปโรงพยาบาลจักษุรัตนิน เดินเข้าไปจนสุดซอย
      • ออกประตู 1 เดินย้อนไปเส้น ถ.เพชรบุรี ข้ามสะพานลอย เข้าซอยตรง 7-eleven เดินข้ามคลองแสนแสบ หรือขึ้นวินมอเตอร์ไซค์หน้าสถานี
    • สถานีสุขุมวิท:
      • ออกประตู 2 เดินย้อนเข้าตึก Interchange 21 ออกด้านหลัง ขึ้นวินมอเตอร์ไซค์ซอยสุขุมวิท 23
      • ออกประตู 1, 3 ขึ้นมอเตอร์ไซค์ วิ่งเส้นอโศกมนตรี
  • เรือโดยสารคลองแสนแสบ: ขึ้นที่ท่าเรือ มศว ประสานมิตร
  • รถประจำทาง
    • ด้านถนนอโศกมนตรี: รถเมล์สาย 138, 98, 136 ลงหน้า Q House เดินเข้าลาน SWUNIPLEX หรือลงโรงพยาบาลจักษุรัตนิน เดินเข้าซอยด้านข้างมหาวิทยาลัย 
    • ด้านถนนสุขุมวิท 23: รถเมล์สาย 2, 25 38, 40, 48, 98, 501, 508, 511, ปอ.พ. 6 และ Airport bus ลงหน้าตึก Jasmine เดินเข้าซอยสุขุมวิท 23 ต่อวินมอเตอร์ไซค์ 
    • ด้านถนนเพชรบุรีตัดใหม่: รถเมล์สาย 11, 23, 58, 60, 72, 93, 99, 113, 206, 512, ปอ.พ. 10 และปอ.พ. 23 เข้าซอยข้าง 7-eleven และ CP Freshmart ข้ามสะพานคลองแสนแสบ



[ประชาสัมพันธ์] 2600 Thailand Meeting #27

          ประชาสัมพันธ์งานมีตติ้งของกลุ่ม 2600 Thailand ครับ ครั้งนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 27 แล้ว โดยมีหัวข้อสนทนาเกี่ยวกับ Offensive Security Certified Professional (OSCP) Certification ทั้งแนะนำเกี่ยวกับเนื้อหาการสอบ การเตรียมตัวสอบ ใบรับรองด้านการทดสอบเจาะแฮกระบบ และอื่น ๆ งานฟรีไม่มีการลงทะเบียน เพื่อน ๆ สามารถไปเข้าร่วมงานได้เลยครับ

วันศุกร์ที่ 7 ตุลาคม 2559
เวลา 18.40 - 20.40 น.
สถานที่ The Connecion ชั้น 2 ห้อง 7 อยู่ตรง MRT สถานีลาดพร้าว (รายละเอียดเพิ่มเติม)

2600 คืออะไร

          2600 คือ มีตติ้งกรุ้ปของกลุ่มคนที่มีความสนใจเกี่ยวกับความปลอดภัยของคอมพิวเตอร์ที่ไม่ได้ถูกนำเสนอในชั้นเรียน โดยมีการนัดหมายเพื่อพบปะแลกเปลี่ยนความรู้ทุก ๆ วันศุกร์แรกของทุกเดือน ซึ่งมีตติ้งกรุ้ปของ 2600 นั้นจะมีกระจายอยู่ตามประเทศต่าง ๆ และการเข้าร่วมจะเป็นในลักษณะ Free Access หรือเข้าร่วมได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายและไม่จำกัดว่าต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญ





วันจันทร์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2559

[PHP] ตอนที่ 1: ทำความรู้จักกับ PHP


          ปัจจุบันนี้อินเตอร์เน็ตได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของเราอย่างมาก ซึ่งเว็บไซต์ก็เป็นช่องทางยอดนิยมที่ใช้ในการสื่อสารข้อมูล นอกจากจะใช้แสดงข้อมูลข่าวสารแล้ว ยังสามารถใช้เป็นร้านค้าออนไลน์อย่าง lnwshop หรือไม่ก็ใช้เชื่อมโยงกับเพื่อน ๆ เป็นเครือข่ายสังคมออนไลน์ (Social Network) อย่าง Facebook แต่เพื่อน ๆ เคยสงสัยกันบ้างหรือเปล่าว่าเว็บไซต์เหล่านั้นมีวิธีสร้างหรือมีหลักการทำงานอย่างไร .....ถ้าเพื่อน ๆ สงสัย งั้นเรามาทำความเข้าใจการทำงานของเว็บไซต์อย่างคร่าว ๆ กันเถอะ


          เวลาเพื่อน ๆ เข้าเว็บไซต์ด้วยเว็บบราวเซอร์ (เช่น Internet explorer, Firefox, Chromeเป็นต้น) ก็จะทำการส่ง Request ไปที่ Server (รายละเอียดเพิ่มเติม) จากนั้น Server ก็จะทำการส่งไฟล์ HTML (รายละเอียดเพิ่มเติม) กลับมา และเว็บบราวเซอร์ก็จะแสดงผลออกมา นี่เป็นหลักการทำงานคร่าว ๆ ของเว็บ แต่หลักการแค่นี้ทำได้แค่เว็บไซต์แบบ Static ธรรมดา ๆ ที่เอาไว้แสดงข้อมูลเฉย ๆ เท่านั้น ไม่สามารถมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ใช้งานได้ ดังนั้นจึงต้องมีการเพิ่มสคริปต์ PHP (รายละเอียดเพิ่มเติม) เข้ามาเพื่อช่วยให้เว็บไซต์มีลูกเล่นมากขึ้น


          หลังจากเพิ่มสคริปต์ PHP ลงไปแล้ว Server จะทำการประมวลผลก่อนจะสร้างไฟล์ HTML ส่งกลับไปให้ผู้ใช้ ทีนี้เว็บไซต์ของเราก็สามารถทำปฏิสัมพันธ์กับผู้ใช้งานได้แล้ว .....นอกจากภาษา PHP แล้วก็ยังมีภาษาอื่นอีกที่ใช้สำหรับเพิ่มสีสันให้กับเว็บไซต์ แต่ภาษา PHP มีรูปแบบไม่ซับซ้อน สามารถศึกษาได้ง่าย แล้วก็ยังฟรีอีกด้วย

          เป็นยังไงบ้างครับ ตอนนี้เพื่อน ๆ ก็พอจะเข้าใจการทำงานของเว็บไซต์แล้ว เริ่มสนใจที่จะลองสร้างเว็บไซต์กันแล้วหรือยังเอ่ย บล็อกหน้าเราจะมาเตรียมเครื่องให้พร้อมก่อนจะเขียน PHP กันครับ



---------- รายละเอียดเพิ่มเติม ----------

          Server: เครื่องคอมพิวเตอร์สเปคสูงที่เปิดทำงานตลอด 24 ชั่วโมงไม่มีพัก เพื่อรอให้ผู้ใช้งานเข้ามาเรียกใช้หน้าเว็บ .....เปิดตลอดเวลาแบบนี้น่าสงสารเนอะ
          HTML: ย่อมาจาก Hypertext Markup Language หมายถึงข้อความที่เชื่อมต่อกันผ่านลิงค์ เช่นถ้าเราคลิ๊กข้อความ Google หน้าจอก็จะเปลี่ยนเป็นเว็บ Google นั่นเป็นเพราะข้อความนั้นเชื่อมต่อไปยังเว็บไซต์ Google นั่นเอง
          PHP: เป็นภาษาสำหรับเขียนโปรแกรมบนเว็บไซต์ โดยนามสกุลไฟล์จะเป็น .php ซึ่งสามารถนำไปเปิดดูหรือแก้ไขไฟล์ได้ด้วย Text Editor ซึ่ง PHP จะทำงานบนฝั่ง Server ใช้สำหรับคำนวณค่า ประมวล จัดเก็บลงฐานข้อมูล ก่อนจะส่งผลลัพธ์กลับไปให้ผู้เรียกใช้งานในรูปไฟลฺ HTML ซึ่งเราสามารถเขียน PHP ร่วมกับ HTML เพื่อช่วยเพิ่มสีสันให้เว็บไซต์ได้อีกด้วย


----- สารบัญ -----



วันอาทิตย์ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2559

OWASP Thailand Meeting : A7 Missing Function Level Access Control



          เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (29 กันยายน 2559) ผมได้ไปร่วมงานสัมนาของ OWASP Thailand ในหัวข้อ A7 Missing Function Level Access Control ที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ภายในงานมีเลี้ยงซาลาเปาหมูแดง(ของวราภรณ์)กับกาแฟ และระหว่างที่รอวิทยากรคุณศรัณยูซึ่งกำลังเดินทางมา คุณกิติศักดิ์ (OWASP Thailand Chapter Leader) ก็ได้ขึ้นมากล่าวแนะนำกลุ่ม OWASP Thailand

          OWASP ย่อมาจาก Open Web Application Security Project เป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร ตั้งขึ้นในวันที่ 21 เมษายน 2547 ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อปรับปรุงการพัฒนาเว็บแอปพลิเคชันให้มีความปลอดภัย มีการจัดสัมนาอบรมเกี่ยวกับความปลอดภัยเว็บแอปพลิเคชัน และมีการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับช่องโหว่ที่พบและวิธีการป้องกันเว็บแอปพลิเคชัน

          หลังจาก OWASP ถูกจัดตั้งขึ้นก็ได้มีการจัดตั้ง OWASP Chapter ขึ้นในประเทศต่าง ๆ โดยในประเทศไทยเรียกว่า OWASP Thailand Chapter และทาง OWASP Thailand Chapter ก็มีการจัดสัมนาให้ความรู้ด้านความปลอดภัยของเว็บไซต์ทุก ๆ เดือน



          เมื่อวิทยากรมาถึงก็เริ่มเข้าสู่การบรรยาย A7 Missing Function Level Access Control ซึ่ง A7 เป็น 1 ใน 10 อันดับของ OWASP Top 10 ปี 2013 ที่ทาง OWASP ได้จัดอันดับช่องโหว่ที่พบได้บ่อยในเว็บแอปพลิเคชัน 10 อันดับ โดย A7 เป็นช่องโหว่ที่เกี่ยวกับการจำกัดสิทธิ์การเข้าใช้งานเว็บแอปพลิเคชัน เช่น user คนนึงสามารถแฮกเข้าใช้งานเว็บไซต์ในฐานะ admin ได้โดยไม่ได้รับอนุญาต หรือ user คนนั้นสามารถแฮกเข้าไปดูข้อมูลส่วนตัวของบุคคลอื่นได้ ลองจินตนาการถึงใครบางคนที่สามารถลบข้อมูลส่วนตัวหรือแอบเข้ามาดูเงินในบัญชีของเพื่อน ๆ ดูสิ (นึกถึงคนร้ายจากเรื่องโคนันเลยแฮะ ฮา)


          สาเหตุที่เกิดช่องโหว่ A7 นั้นมาจากความไม่รอบคอบในการพัฒนาเว็บแอปพลิเคชัน โดยนักพัฒนาลืมใส่ตัวตรวจสอบสิทธิ์การเข้าใช้งานเว็บไซต์หรือใส่ตัวตรวจสอบแล้วแต่ไม่ครบทุกกรณี จึงทำให้คนร้ายผู้ไม่หวังดีสามารถแฮกเข้ามาในเว็บไซต์ได้ เพราะฉะนั้นเวลาพัฒนาเว็บไซต์ เพื่อน ๆ ต้องรอบคอบด้วยล่ะ


          หลังจากจบการบรรยาย คุณกิติศักดิ์ก็ขึ้นเวทีมาแจ้งว่าจะมีงานสัมนาใหญ่ปลายปี ส่วนจะเป็นวันอะไรสถานที่ไหน ผมจะนำมาแจ้งให้เพื่อน ๆ ทราบอีกที .....สำหรับอันดับอื่น ๆ ของ OWASP Top 10 ปี 2013 เพื่อน ๆ สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ ที่นี่ เลยครับ

Slide ในงานโหลดได้ ที่นี่


วันพุธที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2559

ค้นพบแล้ว! วิธีใหม่ในการสู้กับเชื้อแบคทีเรียดื้อยา

(ภาพจาก Telegraph.co.uk)

          Shu Lam นักศึกษา (สาว) ชาวมาเลย์อายุ 25 ปี (อายุ 25 เองงั้นเรอะ!?) ที่กำลังศึกษาชั้นปรัญญาเอกอยู่ที่ University of Melbourne ประเทศออสเตรเลียค้นพบวิธีต่อสู้กับเชื้อแบคทีเรียดื้อยาโดยไม่ต้องใช้ยาปฏิชีวนะ ซึ่งวิธีดังกล่าวอยู่ในขั้นตอนการศึกษากับหนูทดลองในห้องปฏิบัติการ แต่ก็มีความเป็นไปได้ที่จะเป็นหนทางใหม่ในการต่อสู้กับเชื้อแบคทีเรียดื้อยา ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของวงการแพทย์

(ภาพจาก Redorbit.com)

          ก่อนอื่นขอพูดถึงแบคทีเรียก่อน เพื่อน ๆ อาจจะมองว่าแบคทีเรียคือสิ่งสกปรก แต่จริง ๆ แล้วแบคทีเรียมีอยู่ทุกที่แม้แต่ในร่างกายของเรา โดยในส่วนต่าง ๆ ของร่างกายจะมีเชื้อแบคทีเรียประจำถิ่นอยู่ (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากหนังสือ Microbiota อวัยวะที่ถูกลืม ของคุณหมอผิง) ซึ่งเจ้าแบคทีเรียประจำถิ่นเนี่ยจะสร้างประโยชน์ให้กับร่างกายของเรา แต่ถ้าแบคทีเรียดันหลุดเข้าไปอยู่ในอวัยวะส่วนอื่นของร่างกายที่ไม่ใช่ถิ่นของตัวเองก็จะเรียกว่า "ติดเชื้อ"

(ภาพจาก Slashfilm.com)

          เวลาเราติดเชื้อ คุณหมอก็จะจ่ายยาปฏิชีวนะให้พร้อมทั้งกำชับให้กินจนยาหมด ซึ่งยาปฏิชีวนะจะทำลายแบคทีเรียในร่างกายของเราโดยไม่เกี่ยงว่าเป็นแบคทีเรียหลงถิ่นหรือเปล่า และตัวยาก็จะถูกคำนวณมาแล้วว่าควรจะกินเท่าไหร่ถึงจะทำลายแบคทีเรียหลงถิ่นจนหมด แต่ถ้าเรากินยาไม่หมด เจ้าแบคทีเรียหลงถิ่นก็จะมีชีวิตเหลือรอดพร้อมทั้งพัฒนาตัวเองให้เก่งขึ้นจนสามารถต่อต้านยาปฏิชีวนะได้หรือที่เรียกกันว่า "เชื้อดื้อยา" กลายเป็นงานเข้าทันที เพราะยาปฏิชีวนะจะไม่สามารถทำอะไรแบคทีเรียหลงถิ่นได้แล้ว .....แต่นี่ยังไม่ถือว่าเลวร้ายที่สุด ถ้าแบคทีเรียที่ดื้อยาเกิดหลุดไปติดต่อคนอื่นแล้วกระจายต่อไปเรื่อย ๆ โดยที่ไม่สามารถกำจัดได้ .....ลองจินตนาการถึงหนังซอมบี้ยึดครองโลกดูสิครับ (ฮา)

          ถึงตรงนี้เพื่อน ๆ คงพอจะเข้าใจคร่าว ๆ เกี่ยวกับแบคทีเรียบ้างแล้ว ทีนี้เรามาดูผลงานของคุณ Shu Lam กันดีกว่า คุณ Shu Lam ได้พัฒนาสารโพลิเมอร์เปปไทด์ชื่อว่า Structurally Nanoengineered Antimicrobial Peptide Polymers (หรือเรียกสั้น ๆ ว่า SNAPPs) ที่มีรูปร่างคล้ายดาว และสามารถฆ่าแบคทีเรียดื้อยาได้ 6 สายพันธุ์โดยไม่ใช้ยาปฏิชีวนะ เจ้าโพลิเมอร์เปปไทด์นี้จะเข้าไปฉีกผนังเซลล์ของแบคทีเรียที่ดื้อยา ทำให้เชื้อเกิดภาวะเครียดแล้วก็ตายไปเอง แม้ว่าจะทดสอบหลาย ๆ รุ่นแล้วก็ไม่พบว่าแบคทีเรียจะทนทานต่อสารโพลิเมอร์เปปไทด์นี้ได้ นอกจากนี้สาร SNAPPs ยังมีขนาดโมเลกุลใหญ่เกินกว่าที่จะเข้าไปส่งผลกระทบต่อเซลล์ร่างกายอีกด้วย

(ภาพจาก Sciencealert.com)

          สาร SANPPs (จุดสีเขียวในภาพ) ที่กำลังล้อมรอบและฉีกผนังเซลล์ของแบคทีเรีย จากการทดลองได้ผลลัพธ์ดี แม้จะยังเร็วไปหน่อยที่สรุปว่าใช้ได้ผลกับคน แต่งานวิจัยนี้ก็ได้ถูกตีพิมพ์ในวารสาร Nature Microbiology และถูกยกย่องว่าเป็น Breakthrough (การทลายขีดจำกัด) ที่เปลี่ยนแปลงวงการแพทย์

          ในปัจจุบันไม่ได้มีการพัฒนายาปฏิชีวนะมาหลายปีแล้ว ซึ่งแบคทีเรียที่กลายพันธุ์ทนทานต่อยาปฏิชีวนะได้คร่าชีวิตผู้คนไป 700,000 คนต่อปี และมีการคาดการณ์ว่าผู้เสียชีวิตจะเพิ่มเป็น 10,000,000 คนในปี 2593 (โลกนี้ช่างอยู่ยากนัก) .....แต่เดี๋ยวก่อน ไม่แน่ว่าคุณ Shu Lam อาจจะเป็นผู้กอบกู้โลกอนาคตอันมืดมนนั้นก็ได้


ที่มาSciencealert.com


วันจันทร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2559

[ประชาสัมพันธ์] OWASP Thailand Meeting : A7 Missing Function Level Access Control

          สวัสดีครับ วันนี้ผมมีงานสัมนาดี ๆ มาฝาก "OWASP Thailand Meeting : A7 Missing Function Level Access Control" งานสัมนาสำหรับนักพัฒนาเว็บแอปพลิเคชั่นซึ่งจะเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของเว็บ เวลาเพื่อน ๆ สร้างเว็บขึ้นมาแล้วก็คงไม่อยากให้เว็บของตัวเองถูกแฮกใช่ไหมล่ะครับ เพราะฉะนั้นเราก็ต้องมาทำความรู้จักช่องโหว่รวมไปถึงวิธีการป้องกัน เพื่อไม่ให้เว็บที่เราอุตส่าห์สร้างขึ้นมาอย่างยากลำบากถูกมือดีแฮกข้อมูลไป .....เอาล่ะ! เกริ่นกันมาพอแล้ว เรามาดูรายละเอียดของงานกันดีกว่า

          งานสัมนา "OWASP Thailand Meeting" ภายใต้หัวข้อ "A7 Missing Function Level Access Control" ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 9 ซึ่งจัดโดย OWASP Thailand ในวันพฤหัสบดีที่ 29 กันยายน 2559 เวลา 18:00 - 21:00 น. ณ ชั้นที่ 16 ห้อง 1601 สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ถนนวิภาวดีรังสิต แผนที่ ที่สำคัญคือ งานสัมนาครั้งนี้ฟรี! ไม่เสียค่าใช้จ่ายครับ (ยกเว้นค่าเดินทาง ฮะฮะ)

Agenda

18.00 – 18.45 น. ลงทะเบียน
18.45 – 19.00 น. กล่าวต้อนรับ โดย OWASP Thailand Chapter Leader
19.00 – 20.00 น. บรรยายช่วงแรก ในหัวข้อ "A7 Missing Function Level Access Control" โดยคุณศรัณญู กู้ธนพัฒน์ CTO จากบริษัท SkillLane
20.00 – 20.10 น. พักการบรรยาย
20.10 – 21.00 น. บรรยายช่วงที่สอง ในหัวข้อ "A7 Missing Function Level Access Control" โดยคุณศรัณญู กู้ธนพัฒน์
21.00 – 21.10 น. กล่าวปิดงาน โดย OWASP Thailand Chapter Leader และถ่ายภาพร่วมกัน


ที่มา:  OWASP Thailand Meeting 9/2016 (Free Event)


วันศุกร์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2559

[Mobile App] Google Trips จัดแผนเที่ยวจบได้ใน app เดียว

          เดี๋ยวนี้เวลาจะไปเที่ยวที่ไหนสักที่ อันดับแรกก็ต้องค้นหาข้อมูลสถานที่ที่จะไปก่อน และ website ที่เพื่อน ๆ ทุกคนจะเข้าไปค้นหาข้อมูลเป็น website แรก ๆ ก็คงหนีไม่พ้นอากู๋ Google ไม่ก็ Pantip ซึ่งช่วงหาข้อมูลสถานที่เที่ยวและจัดแผนถือเป็นปัญหาที่สุดของการไปเที่ยว .....แต่ปัญหานั้นก็จะหมดไป ถ้าเพื่อน ๆ มี Google Trips ติดโทรศัพท์ไว้


          Google Trips เป็น app ท่องเที่ยวที่ช่วยให้เพื่อน ๆ สามารถวางแผนเที่ยวได้ง่ายยิ่งขึ้น ซึ่งทาง Google เพิ่งจะเปิดให้ดาวน์โหลดเมื่อวันที่ 20 กันยายน 2559 โดยตัว app จะบันทึกข้อมูลที่จำเป็นต่าง ๆ เช่น ข้อมูลการจองตั๋วเครื่องบิน ข้อมูลการจองที่พักเป็นต้น นอกจากนี้ก็ยังมีข้อมูลรายละเอียดของสถานที่เที่ยวต่าง ๆ แล้วก็มีแผนเที่ยวในแต่ละวันแนะนำให้อีกด้วย เอาเป็นว่าเราไปดูวิดีโอแนะนำเจ้า Google Trips กันก่อนดีกว่า


          ดูวิดีโอแนะนำไปแล้ว เรามาทำความรู้จักความเจ๋งของเจ้า Google Trips กันดีกว่า หลังจากโหลดแล้วกดเข้า app ก็จะแสดงหน้าให้ล็อกอินด้วยบัญชีของ Google เมื่อล็อกอินแล้วตัว app จะเข้าไปทำการดึงข้อมูลจาก Gmail ของเพื่อน ๆ โดยจะดึงรายละเอียดการจองตั๋วเครื่องบินหรือที่พักแล้วสร้างออกมาเป็นทริปโดยอัตโนมัติ

  

          เพื่อน ๆ สามารถดาวน์โหลดข้อมูลของแต่ละทริปมาเก็บไว้ในเครื่องได้ เผื่อกรณีฉุกเฉินไม่มีอินเตอร์เน็ตให้ใช้ และเมื่อกดเลือกทริปแล้วก็จะพบกับเมนูต่าง ๆ มากมาย ดังนี้

 
          Reservations จะแสดงข้อมูลการจองตั๋วเครื่องบินและที่พักของทริปนั้น ๆ จาก Gmail โดยอัตโนมัติ ข้อเสียคือเราไม่สามารถเพิ่มข้อมูลอะไรลงไปเลย แต่ถ้าเพื่อน ๆ คนไหนใช้ Gmail เป็นหลักก็คงจะสบายเพราะข้อมูลการจองของเราจะแสดงอยู่ที่เมนูนี้เองโดยไม่ต้องทำอะไรเลย(ฮา)

 
          Things to do แสดงสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจพร้อมทั้งรายละเอียด เช่น สถานที่ตั้ง เวลาเปิด-ปิดเป็นต้น มีการแยกออกเป็นหมวดหมู่ต่าง ๆ ถ้าอยากไปที่ไหนก็กดดาว favorite เก็บไว้ได้เลย ข้อมูลที่ถูก favorite จะถูกเก็บอยู่ในเมนูถัดไป

          Saved places แสดงสถานที่ที่บันทึกมาจากเมนู Things to do

 
          Day plans แสดงตารางแผนเที่ยวในแต่ละวันที่ทาง Google จัดไว้ให้ ถ้าหากเพื่อน ๆ หมดไอเดียไม่รู้จะไปที่ไหนดีก็สามารถเที่ยวตามแผนที่ถูกจัดไว้แล้วก็ได้

  
          Food & Drink แสดงร้านอาหารที่น่าสนใจพร้อมทั้งรายละเอียด เช่น สถานที่ตั้ง เวลาเปิด-ปิดเป็นต้น แถมยังแบ่งออกเป็นหมวดหมู่ให้อีกด้วย แน่นอนเลยว่าเรื่องกินคือเรื่องใหญ่ และบางทีเราก็ไม่ได้วางแผนไว้ว่าจะกินอะไรดี เมนูนี้จะช่วยให้เราตัดสินใจหาร้านอาหารอร่อยได้ง่ายขึ้น

          Getting around แสดงวิธีเดินทางเข้าเมืองว่าเราสามารถเดินทางเข้าเมืองด้วยวิธีไหนได้บ้าง และยังแสดงวิธีการเดินทางรูปแบบต่าง ๆ ภายในเมืองอีกด้วย

          Need to know แสดงข้อมูลต่าง ๆ ที่ควรรู้ เช่น เบอร์โทรฉุกเฉิน สกุลเงิน ค่าภาษี บริการอินเตอร์เน็ต แหล่งช็อปปิ้งเป็นต้น

  
          หรือถ้าเพื่อน ๆ อยากสร้างทริปใหม่ก็ลองพิมพ์สถานที่ปลายทางลงในช่อง "Where do you want to go?" แล้วกด CREATE TRIP ได้เลย ซึ่งจะมีหน้าจอให้พิมพ์ชื่อทริปพร้อมทั้งระบุช่วงเวลาเดินทาง


( ภาพจาก Google Trips )

          เป็นยังไงกันบ้างครับ? app ตัวนี้น่าจะช่วยให้เพื่อน ๆ วางแผนเที่ยวได้ง่ายขึ้นเพราะได้รวบรวมข้อมูลที่จำเป็นเอาไว้อย่างครบถ้วน อีกทั้งยังช่วยแนะนำแผนเที่ยวให้อีกด้วย ถ้ายังไม่พอใจกับแผนเที่ยวที่มีให้อยู่แล้วก็เอาแผนมาดัดแปลงได้ หากเพื่อน ๆ คนไหนกำลังวางแผนจะไปเที่ยวปลายปีก็โหลด app นี้ติดตัวไปลองใช้ดูก็ได้นะครับ



ที่มาGoogle Trips


วันศุกร์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2555

แนวโน้มตลาด Application Smartphone ของคนไทย


          ในปัจจุบันกล่าวได้ว่า Smartphone กลายมาเป็นส่วนหนึ่งในการใช้ชีวิตประจำวัน ทั้งนี้เป็นเพราะ Smartphone ช่วยอำนวยความสะดวก ช่วยสร้างความบันเทิง ช่วยในการติดต่อสื่อสาร และยังพกพาสะดวก ด้วยปัจจัยเหล่านี้ทำให้ความนิยมของ Smartphone สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว สิ่งหนึ่งที่จะขาดไม่ได้เลยในการเพิ่มความสามารถให้กับ Smartphone นั่นคือ Application ดังนั้นจึงทำให้อาชีพนักพัฒนา Mobile Application มีความน่าสนใจ และยังสามารถทำรายได้ได้ง่ายกว่าการทำ Application สำหรับคอมพิวเตอร์

          จากที่ผมเกริ่นนำทำให้เห็นว่าปัจจุบันนี้เป็นยุคหลังคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะแล้ว ผู้คนส่วนมากก็มี Smartphone ติดตัวกันคนละเครื่องสองเครื่อง เวลาเดินทางไปไหนมาไหนไม่ว่าจะหันมองทางซ้ายหรือหันมองทางขวาก็จะเห็นคนหยิบเอา Smartphone ขึ้นมากดเล่น วันนี้ผมเลยเอาข้อมูลความสนใจ Mobile Application ของคนไทยมาให้ดูกัน แต่ก่อนอื่นผมต้องขอขอบคุณ Thaiware สำหรับข้อมูลที่น่าสนใจในครั้งนี้ เอาละ!.....คนไทยสนใจ Mobile Application แบบไหนบ้างไปดูกัน


          จาก Infographic สรุปได้ดังนี้
  • Application ที่คนไทยนิยมดาวน์โหลดมากที่สุด ได้แก่ Game 37% , Photo & Video 21% และ News 4%
  • นักพัฒนาโปรแกรมชาวไทย นิยมเขียน Application บน iOS 49% , Android 29% และ Windows Phone 22%
  • Application ที่นักพัฒนาชาวไทยนิยมเขียน ได้แก่ Game 60% , Entertainment 30% และ News 10%
  • ราคาเฉลี่ยในการซื้อ Application ได้แก่ $0.99 , $1.99 , $3.99 และ $2.99
  • อัตราส่วนดาวน์โหลด Application ในแต่ละ Platform iOS : Free 25% , Paid 75%  |  BlackBerry : Free 24% , Paid 76%  |  Android : Free 57% , Paid 43%  |  OVI : Free 15% , Paid 85%  |  Palm : Free 32% , Paid 68%  |  Window Phone : Free 15% , Paid 85%
  • Antivirus ที่คนไทยนิยมใช้มากที่สุด คือ NOD32 , Kaspersky , Avira

วันพฤหัสบดีที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2555

สรุปงานเปิดตัว iPhone 5


          เป็นยังไงกันบ้างครับกับงานเปิดตัว iPhone 5 ของ Apple ที่ศูนย์แสดงศิลปะ Yerba Buena Center เมืองซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ในวันที่ 12 กันยายน 2555 เวลา 10:00 นาฬิกาหรือประมาณเที่ยงคืนตามเวลาบ้านเรา เพื่อนๆหลายคนคงจะผิดหวังไปตามๆกัน เพราะไม่มีเทคโนโลยีหรือ Feature อะไรใหม่ๆ นอกจากอัพเกรดสเปคเครื่อง(แต่ถ้าออกวางขายก็คงจะซื้อกันใช่ม่ะ อย่ามาทำซึนฯ ฮะฮะ) สำหรับเพื่อนๆที่อดนอนไม่ไหวก็ไม่ต้องเสียใจ ผมทำสรุปสเปคคร่าวๆมาให้อ่านกันดังนี้

iPhone 5

          ตัวหลักของงานที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ iPhone 5 นั่นเอง ซึ่งแตกต่างจาก iPhone รุ่นก่อนๆตรงความสูงของตัวเครื่องที่เพิ่มมากขึ้น ส่วนสเปคจะเป็นยังไงไปดูกัน

  • หน้าจอ 4 นิ้ว ความละเอียด 1136×640 pixels และ 326ppi แสดงผลแบบ Retina Display
  • ตัวเครื่องบาง 7.6 มิลลิเมตร น้ำหนัก 112 กรัม
  • ชิพ A6 มีความเร็วในการประมวลผลและแสดงกราฟิกเพิ่มขึ้น 2 เท่า
  • รองรับ Wi-Fi , 3G และ LTE
  • กล้องหลัง 8 ล้านพิกเซล 1080p HD,  กล้องหน้ารองรับ FaceTime 720p HD
  • มีไมโครโฟน 3 ตัว ลดเสียงรบกวนดีขึ้น
  • สาย Sync รูปแบบใหม่ที่ชื่อ “Lightning”
  • ใช้ Nano Sim
  • ระบบปฏิบัติการ iOS6
  • เพื่อความสามารถของ Siri
  • สีขาว / สีดำ
  • ขนาด 16GB, 32GB และ 64GB


iPod nano

          มาถึงรุ่นที่ 7 กับ iPod nano และสเปคที่เปลี่ยนไป

  • หน้าจอ 2.5 นิ้ว ความละเอียด 432x240
  • บาง 5.4  มิลลิเมตร  น้ำหนัก 31 กรัม
  • เพิ่มปุ่ม Home
  • ขนาด 16GB
  • มีทั้งหมดเจ็ดสี ดำ เงิน ม่วง ฟ้า เหลือง เขียว และแดง 



iPod touch

          iPod touch 5th Generation หรือ รุ่นที่ 5

  • หน้าจอ 4 นิ้ว
  • ชิพ A5
  • บาง 6.1 มิลลิเมตร หนัก 88 กรัม
  • กล้องหลัง 5 ล้านพิกเซล 1080p,  กล้องหน้ารองรับ FaceTime 720p
  • มีปุ่มห้อยสายคล้องด้านหลัง
  • ขนาด 32GB และ 64GB
  • มีทั้งหมดห้าสี ดำ ฟ้า เหลือง แดง และขาว

          สเปคคร่าวๆก็ประมาณนี้น่ะครับ จะเห็นได้ว่าไม่ค่อยมี Feature อะไรใหม่ซักเท่าไหร่ มีแต่อัพเกรดของเก่าซะมากกว่า อย่าง iPod touch นี่ อัพเกรดแทบจะเป็น iPhone 4S เลย ขาดแต่ใช้โทรเข้าโทรออกไม่ได้เท่านั้นเอง .....สุดท้ายนี้ผมมีลิงค์ข้อมูลที่น่าสนใจมาให้เพื่อนๆด้วยครับ จะรอช้าอยู่ไยไปดูกันเล้ย

วันอาทิตย์ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2555

Software Park Annual Conference 2012 : IT Professional towards AEC 2015


          เมื่อวานซืน(วันศุกร์ที่ 7 กันยายน 2555) ผมได้มีโอกาสไปร่วมงานสัมนาใหญ่งานนึง ดูจากรูปข้างบนเพื่อนๆก็พอจะรู้แล้วสินะครับว่าผมไปงานไหน ใช่แล้วล่ะครับ งานสัมนาประจำปีที่ทาง Software Park จัดขึ้นที่โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซ่าลาดพร้าวหรือในชื่อภาษาอังกฤษว่า "Software Park Annual Conference 2012" นั่นเอง โดยแนวคิดหลักของการสัมนาครั้งนี้คือ "IT Professional TOWARDS AEC 2015" ซึ่งมีการพูดถึงความพร้อมของประเทศไทยที่จะเข้าร่วม AEC ในปี 2015 ที่จะถึงนี้

          หลังจากที่ผมเดินทางมาถึงโรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซ่าลาดพร้าว ผมก็เดินไปลงทะเบียนเข้างานซึ่งจะได้เขียนคูปองสำหรับจับฉลากลุ้นรับของรางวัลท้ายงาน แล้วก็ได้ยินว่ามีการเพิ่มของรางวัลใหญ่ขึ้นอีกหนึ่งรางวัลนั่นคือ The new iPad ซึ่งมอบให้โดยบริษัท CA technologies ที่มาร่วมจัดนิทรรศการ

โต๊ะลงทะเบียนเข้าร่วมงาน

ตารางดำเนินงาน

          นิทรรศการที่บริษัทต่างๆจัดแสดงข้อมูลให้แก่ผู้เข้าร่วมสัมนา เช่น CA technologies , ORACLE , True Internet Data Center Company Limited , Microsoft (Thailand) Limited , ACIS Professional Center Company Limited เป็นต้น โดยบริษัทเหล่านี้เป็นบริษัทพาร์ทเนอร์ที่ให้บริการ service ต่างๆแก่ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ซึ่งถือเป็นระดับองค์กร แต่ผมในฐานะนักพัฒนาระดับบุลคลจึงอาจจะไม่จำเป็นถึงขั้นต้องติดต่อกับบริษัทเหล่านี้โดยตรง ดังนั้นผมจึงให้ความสนใจกับบูทของ Microsoft ที่แสดงเทคโนโลยี Window 8 มากเป็นพิเศษ

          คอมพิวเตอร์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Window 8 สามารถ Touch หน้าจอได้(กรณีที่ใช้หน้าจอรองรับการสัมผัส) ซึ่ง Window 8 เป็นระบบปฏิบัติการที่รองรับการใช้งานบนอุปกรณ์ทั้งคอมพิวเตอร์ , Smartphone และ Tablet ดังนั้นถึงแม้จะเป็นคอมพิวเตอร์ก็สามารถเข้าไปซื้อ Application จาก Marketplace ได้ รู้สึกคุ้นๆไหมครับว่าคล้ายๆกับอะไร .....ใช่แล้วคล้ายกับ iMac ของ Apple ไงครับ เพราะทั้ง iMac , Macbook , iPhone , iPod Touch แล้วก็ iPad ก็สามารถซื้อ Application ผ่านทาง App Store จะต่างกันก็ตรงที่ iMac กับ Macbook ใช้ OSX ส่วนอุปกรณ์พกพา iPhone , iPod Touch และ iPad ใช้ iOS นั่นเอง


          นอกจากนี้ที่บูทของ Microsoft ยังมีการแสดงผลงานเกม Verdant Fantasy ของทีมแตงไทย (Tang Thai) ที่ชนะเลิศเป็นแชมป์โลก Game design ใน Imagine Cup 2012 ที่ซิดนี่ย์ โดยเป็นเกมปกป้องป่าไม้จากการถูกตัดและทำลายป่า ซึ่งตัวละครของเกมจะเป็นพวกสัตว์ และศัตรูจะเป็นพวกก๊าซพิษ , ควันเสีย และสารเคมีที่จะมาทำลายป่าไม้ เป็นเกมที่มีตัวละครน่ารักมากเลยล่ะครับ ผมชอบ b(>.<)

          หลังจากเดินดูนิทรรศการเสร็จ ผมก็เข้าไปในห้องสัมนา ในห้องสัมนาใหญ่มากแล้วก็หนาวด้วย เป็นงานสัมนาใหญ่ครั้งแรกที่ผมเคยเข้าร่วมเลยล่ะครับ แล้วผมก็ทำพลาดซะแล้ว! เพราะผมไม่ได้เอาเสื้อหนาๆไปด้วย เลยต้องนั่งแบบเย็นๆหนาวๆตลอดการสัมนาเลย

          เริ่มต้นด้วยการกล่าวต้อนรับและเปิดงานสัมนาโดย ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ต่อด้วยการมอบโล่ประกาศเกียรติคุณ Software Park Thailand's Hall of Fame 2012 ให้แก่องค์กรที่มีนโยบายการดำเนินงานดีเด่น

          รายการถัดไปเป็นการบรรยายพิเศษหัวข้อ "ซอฟต์แวร์ไทย รุกและรับอย่างไรในเวที AEC 2015" โดย รศ.ดร.ธนชาติ นุ่มนนท์ ผู้อำนวยการเขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทย และคุณไตรรัตน์ ฉัตรแก้ว ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ ซึ่งสามารถสรุปได้ว่าด้าน IT ของประเทศไทยเราสามารถนำไปแข่งขันกับต่างชาติได้ แต่ก็ยังมีข้อเสียเปรียบในด้านภาษาอังกฤษ

          คุณณัฐพล อภิลักโตยานันท์ Country Manager CA Technologies Thailand ขึ้นมากล่าวเกี่ยวกับการขับเคลื่อนธุรกิจด้วยเทคโนโลยี การนำเทคโนโลยีไปใช้เพื่อให้ธุรกิจเติบโต(ภาพซ้าย) ถัดไปเป็น Mr. Richard Ng ขึ้นมากล่าว(ภาพขวา) อันนี้ต้องขออภัยด้วยครับ ผมฟังไม่ค่อยออก (TT^TT)

          ก่อนจะไปพักทานอาหารกลางวันก็เป็นการเสวนาในหัวข้อ "คนไอทีไทยพร้อมแค่ไหนที่จะก้าวสู่ AEC 2015" โดย ผศ.ดร.การดี เลียวไพโรจน์ Department of Operations Management Thammasat Business School, Thammasat University , คุณดนุพล สยามวาลา Chief Executive Officer ICE Solution , คุณชัย สุทธาสา Deputy Director True Internet Data Center Co.,Ltd. , คุณฟูเกียรติ จุลนวล IT Professional Evangelist Microsoft (Thailand) Limited และคุณวิชัย วรธานีวงศ์ ผู้ดำเนินรายการ CEO Visions (96.5) และ Co-Producer ไอที 24 ชั่วโมง ซึ่งสรุปได้ว่าประเทศไทยมีบุคคลที่เก่งในด้าน IT หลายคน แต่ขาดการรวมตัวกันอย่างเข้มแข็ง ทั้งยังมีการใช้ซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์อยู่มากจึงทำให้อุตสาหกรรมทางด้านซอฟต์แวร์ในประเทศไทยยังไม่โตเท่าที่ควร ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่าประเทศไทยยังไม่พร้อมมากพอที่จะก้าวสู่ AEC


          หลังจากไปรับประทานอาหารกลางวันที่เซ็นทรัลลาดพร้าวก็กลับเข้ามาฟังการสัมนาต่อ ซึ่งช่วงบ่ายจะแบ่งการสัมนาออกเป็นสามห้อง เริ่มการสัมนาช่วงบ่ายในห้องที่ผมเลือกโดยคุณคุณอำนาจ บำรุงสกุลชัย Director, Alliance & Channels,  Oracle Corporation (Thailand) Company Limited ขึ้นมาพูดเกี่ยวกับการเป็นพาร์ทเนอร์ของ Oracle ที่ให้บริการช่วยสนับสนุนการทำธุรกิจ สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการของ Oracle ได้ที่ Oracle Partners (ภาพซ้าย) ถัดไปคุณเอกราช คงสว่างวงศา ผู้จัดการฝ่ายสนับสนุนอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ Microsoft Thailand Co., Ltd ขึ้นมาพูดแนะนำ Window Azure ที่เป็นบริการ Cloud Service ของ Microsoft ไปใช้ในธุรกิจ อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Window Azure ได้ที่ Windows Azure (ภาพขวา) แล้วก็พักเบรคสิบห้านาที


          ถัดจากพักเบรคก็เป็นการเสวนาหัวข้อ "Developers Trends เปรียบมวย Apple VS Google หมัดต่อหมัด ยกเดียวไม่มีโฆษณา" โดยคุณขจร เจียรนัยพานิชย์(Apple) Senior Software Engineer Thomson Reuters แฟนพันธุ์แท้สตีฟ จ็อบส์ 2012 , คุณวรภัทร มงคลวิรกุล(Google) DroidSans Community ผู้ดำเนินรายการ DroidSans Weekly และคุณศิวกร สิริวัฒนานันท์ เขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทย(พิธีกร) ซึ่งเป็นการเปรียบเทียบสองระบบปฏิบัติยอดฮิตของ Smartphone ประวัติความเป็นมา คุณสมบัติ ส่วนแบ่งการตลาด รวมไปถึงจุดเด่นและจุดด้อยของทั้งสองระบบปฏิบัติการ



          ช่วงสุดท้ายของการสัมนาเป็นการเสวนาเกี่ยวกับ Startup การเริ่มต้นทำธุรกิจต้องเตรียมตัวอย่างไร โดยคุณวรวิสุทธิ์ ภิญโญยาง ที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตัล คอลัมนิสต์การตลาด นสพ.กรุงเทพธุรกิจ ผู้ก่อตั้ง EGGidea.com และ คุณพัฐวร ผ่องแผ้ว General Manager บริษัทดีม็อกซ์จำกัด และผู้ก่อตั้ง EGGidea.com ซึ่งเป็นการแนะนำการเตรียมตัวและสิ่งจำเป็นที่ต้องใช้ในการเริ่มต้นธุรกิจ ก่อนจะจับผู้โชคดีที่จะได้รับ Samsung Galaxy Tab II 10.1 และ The new iPad แล้วก็ปิดการสัมนาประจำปีที่ทาง Software Park เป็นผู้จัดขึ้น

          สุดท้ายนี้ผมขอขอบคุณ Software Park , ผู้บรรยาย และบูทจากบริษัทต่างๆที่ได้จัดงานสัมนาขึ้นเพื่อมอบความรู้ความเข้าใจในครั้งนี้ครับ