วันพุธที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2559

ค้นพบช่องปริศนา 2 ช่องที่มหาพีระมิดแห่งกิซ่า


          ประเทศอียิปต์เป็นประเทศที่ร่ำรวยด้วยศิลปวัฒนธรรมโบราณ หนึ่งในอารยธรรมเก่าแก่ที่น่าทึ่งก็คือ พีระมิด .....สุดยอดสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ฝังพระศพของกษัตริย์อียิปต์โบราณ และด้วยความเชื่อเรื่องชีวิตหลังความตาย ชาวอียิปต์จึงได้ฝังทรัพย์สินสิ่งของเครื่องใช้ไปพร้อมกับพระศพ เพื่อให้องค์กษัตริย์ของพวกเขามีทุกสิ่งทุกอย่างที่จำเป็นสำหรับโลกหน้า ดังนั้นในพีระมิดก็จะมีห้องที่ใช้เก็บสมบัติ เมื่อทำการฝังพระศพเรียบร้อยก็จะทำการปิดผนึกห้องเพื่อไม่ให้ใครเข้าไปรบกวนกษัตริย์ผู้เป็นร่างอวตารของพระเจ้า

          มหาพีระมิดแห่งกิซ่า หรือที่รู้จักกันในนามพีระมิดคูฟูมีอายุมากกว่า 4,500 ปี เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคโบราณ ใช้สำหรับบรรจุพระบรมศพของกษัตริย์คูฟูและมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกซึ่งมีความสูงถึง 146 เมตร เนื่องจากขนาดอันใหญ่โตของพีระมิดจึงทำให้ยากต่อการสำรวจ มหาวิทยาลัย Cairo University’s Faculty of Engineering แห่งประเทศอียิปต์จึงได้ร่วมมือกับบริษัท Paris-based non-profit organization Heritage, Innovation and Preservation (HIP Institute) จัดตั้งโครงการที่มีชื่อว่า Scan Pyramids ขึ้นมาเพื่อทำการสำรวจมหาพีระมิดแห่งนี้ โดยเริ่มโครงการตั้งแต่วันที่ 25 ตุลาคม 2558 (ใกล้จะครบ 1 ปีแล้วแฮะ)

แค่เป็นปริศนาอันยาวนานถึง 4,500 ปี ไม่ได้หมายความว่าจะไขไม่ได้ - Scan Pyramids

          ในการสำรวจได้มีการใช้เทคโนโลยีอันทันสมัยเข้ามาช่วย ซึ่งจะไม่มีการบุกรุกเข้าไปสำรวจยังภายในพีระมิด โดยเทคโนโลยีที่ใช้ได้แก่


          กล้องอินฟาเรด: ใช้เพื่อตรวจจับการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิภายในสิ่งก่อสร้าง โดยเทคโนโลยีนี้ใช้หลักการที่ว่าวัตถุจะแผ่รังสีความร้อนออกมา ซึ่งกล้องจะทำหน้ารับข้อมูลแล้วนำไปแสดงผลออกมาในรูปแบบของสีที่แตกต่างกันตามอุณหภูมิ โดยสีโทนสว่างจะแสดงผลของบริเวณที่มีอุณหภูมิสูง และสีโทนมืดจะแสดงผลของบริเวณที่มีอุณหภูมิต่ำ

          การถ่ายภาพด้วยรังสีมิวออน: รังสีมิวออนเกิดจากรังสีคอสมิก (อนุภาคพลังงานสูงจากอวกาศ) กระทบกับบรรยากาศชั้นสูงแล้วตกลงมายังโลก รังสีนี้จะทำหน้าที่คล้ายรังสี X-ray ที่พุ่งผ่านเข้าไปภายในวัตถุก่อนจะผ่านตัวตรวจจับมิวออน ซึ่งจะแสดงโครงสร้างภายในของพีระมิด
          แบบจำลอง 3 มิติ: ใช้โดรนหรืออากาศยานไร้คนขับทำการถ่ายภาพและทำเลเซอร์สแกนเพื่อสร้างแบบจำลอง 3 มิติขึ้นมา

          ผลจากการสำรวจ นักวิจัยค้นพบ "โพรง" ปริศนาที่ความสูง 105 เมตรเหนือพื้นตรงขอบตะวันออกเฉียงเหนือ และตรงเหนือประตูทางเข้า ซึ่งโพรงที่ค้นพบมีรูปแบบคล้ายกับทางเข้าไปยังภายในของพีระมิด ทำให้นักวิจัยจากโครงการคาดเดาว่าอาจจะมีห้องลับซุกซ่อนอยู่ภายในมหาพีระมิดแห่งนี้ แต่นักโบราณคดีอียิปต์คุณ Zahi Hawass กลับออกมาให้สัมภาษณ์โต้แย้งการค้นพบครั้งนี้ว่า "นักวิจัยเหล่านั้นก็เป็นแค่นักวิทยาศาสตร์ที่ไม่มีความรู้เรื่องโบราณคดี พีระมิดสร้างจากหินน้อยใหญ่ก็จะเจอรอยแตกแบบนี้เป็นธรรมดา ผมไม่คิดว่าจะมีห้องลับอะไรหรอก"

          สุดท้ายก็คงต้องใช้เวลาในการพิสูจน์สมมุติฐานเรื่องทางเข้าปริศนาว่าเป็นความจริงหรือเป็นแค่มโนเพ้อฝันของนักวิจัย แต่ไม่ว่าโพรงที่ค้นพบจะเป็นทางเข้าห้องแห่งความลับของโรงเรียนฮอกวอตส์ เอ๊ยไม่ใช่ ของมหาพีระมิด หรือเป็นเพียงรอยแตกของหินที่ผ่านกาลเวลามาเนิ่นนานก็ตามที การค้นพบเรื่องราวใหม่ ๆ ก็ยังคงสร้างความหน้าตื่นตาตื่นใจไว้เป็นส่วนหนึ่งในหน้าประวัติศาตร์ของมนุษยชาติอยู่ดี.....


ที่มา: Sciencealert.com


วันจันทร์ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2559

[ประชาสัมพันธ์] OWASP Thailand Meeting : A8 Cross-Site Request Forgery (CSRF)

          สวัสดีครับ วันนี้ผมนำงานสัมนาดีประจำเดือนตุลาคมมาฝาก "OWASP Thailand Meeting : A8 Cross-Site Request Forgery (CSRF)" งานสัมนาสำหรับนักพัฒนาเว็บแอปพลิเคชั่นซึ่งจะเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของเว็บ งานสัมนางานนี้เป็นภาคต่อของงานสัมนาครั้งที่แล้ว OWASP Thailand Meeting : A7 Missing Function Level Access Control โดยจะพูดถึงช่องโหว่อันดับที่ 8 ของ OWASP Top 10 ปี 2013

          งานสัมนา "OWASP Thailand Meeting" ภายใต้หัวข้อ "A8 Cross-Site Request Forgery (CSRF)" ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 10 ซึ่งจัดโดย OWASP Thailand ที่สำคัญคือ งานสัมนาครั้งนี้ฟรี! ไม่เสียค่าใช้จ่ายครับ (ยกเว้นค่าเดินทาง ฮะฮะ)

วันพฤหัสบดีที่ 27 ตุลาคม 2559
เวลา 18:00 - 21:00 น.
สถานที่ ชั้นที่ 16 ห้อง 1601 สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ถนนวิภาวดีรังสิต แผนที่

Agenda

18.00 – 18.45 น. ลงทะเบียน
18.45 – 19.00 น. กล่าวต้อนรับ โดย OWASP Thailand Chapter Leader
19.00 – 20.00 น. บรรยายช่วงแรก ในหัวข้อ "A8 Cross-Site Request Forgery (CSRF)" โดยคุณพลากร นาคพงษ์
20.00 – 20.10 น. พักการบรรยาย
20.10 – 21.00 น. บรรยายช่วงที่สอง ในหัวข้อ "A8 Cross-Site Request Forgery (CSRF)" โดยคุณพลากร นาคพงษ์
21.00 – 21.10 น. กล่าวปิดงาน โดย OWASP Thailand Chapter Leader และถ่ายภาพร่วมกัน


ที่มา:  OWASP Thailand Meeting 10/2016 (Free Event)

[PHP] ตอนที่ 2: เตรียมความพร้อมสำหรับการเขียน PHP


          จากตอนที่แล้ว [PHP] ตอนที่ 1: ทำความรู้จักกับ PHP เราได้ทำความเข้าใจการทำงานของเว็บแบบคร่าว ๆ ไปแล้ว คราวนี้เราจะมาเตรียมความพร้อมก่อนจะลงมือเขียน PHP กัน อย่างที่บอกไปในตอนที่แล้วว่า PHP จะทำงานที่ฝั่ง Server ดังนั้นเราต้องติดตั้งตัวจำลองเครื่องคอมของเราให้เป็นเครื่อง Web Server กันก่อน และอีกสิ่งที่จำเป็นต้องทำคือการติดตั้งเครื่องมือสำหรับเขียน PHP .....เอาล่ะ ก่อนอื่นเรามาทำการติดตั้งเครื่องมือที่ใช้เขียน PHP กันก่อนเลย


วิธีติดตั้งเครื่องมือที่ใช้เขียน PHP


          PHP เป็นภาษาที่ใช้ Text Editor เขียนได้เลย เพราะไฟล์ .php สามารถทำงานได้ทันทีโดยไม่จำเป็นต้องแปลงให้เป็นภาษาคอมพิวเตอร์ก่อน ดังนั้นเพื่อน ๆ สามารถใช้ Text Editor สามัญประจำบ้านอย่าง Notepad เขียน PHP ก็ได้ แต่ถ้าทำแบบนั้นจริงก็คงจะเทพเกินไปหน่อยแล้วล่ะ เพราะ Notepad ไม่มีการแบ่งสีเลย ทุกอย่างเป็นสีขาวดำหมด ดูแล้วลายตามากมาย ดังนั้นเรามาใช้เครื่องมือตัวอื่นกันเถอะ(ฮา) .....ถ้าจะพูดถึงการสร้างเว็บ เพื่อน ๆ น่าจะนึกถึงเครื่องมือชื่อดังตัวนึงที่ชื่อ Adobe Dreamweaver เครื่องมือตัวนี้สามารถช่วยสร้างเว็บได้อย่างดีแต่มีราคา(ค่อนข้างสูง)ดังนั้นเราก็จะเมินมันไป(ฮา)

          เครื่องมือที่ผมจะแนะนำก็คือ Text Editor ตัวนึงที่มีชื่อว่า Sublime Text (เพื่อน ๆ ไม่จำเป็นต้องใช้ตัวนี้ก็ได้นะ ใช้พวก Notepad++ , Vim , Atom แทนก็ได้) สาเหตุที่ใช้เครื่องมือจำพวก Text Editor ก็เพราะโปรแกรมมีขนาดไม่ใหญ่มาก ทำงานรวดเร็ว เอาล่ะ!.....เรามาติดตั้งโปรแกรมกันเลย

อันดับแรกก็ต้องดาวน์โหลดตัวติดตั้งมาก่อน โหลดที่นี่

เมื่อดาวน์โหลดเสร็จแล้ว ดับเบิ้ลคลิ๊กที่ตัวติดตั้งแล้วจะขึ้นหน้าจอแบบนี้ ให้คลิ๊ก Next

เลือก Path ที่จะติดตั้งโปรแกรม จากนั้นคลิ๊ก Next


คลิ๊ก Next แล้วก็คลิ๊ก Install

รอจนติดตั้งเสร็จแล้วลองเรียกโปรแกรมขึ้นมาจะได้หน้าจอแบบนี้ เป็นอันติดตั้งเสร็จสมบูรณ์


วิธีติดตั้งตัวจำลอง Web Server


          ตัวจำลอง Web Server ที่ผมจะใช้คือ XAMPP .....เอ๊ะ! XAMPP คืออะไรน่ะเหรอ XAMPP ก็คือ โปรแกรมที่ใช้จำลองเครื่องคอมให้เป็น Web Server เพื่อทดสอบสคริปหรือเว็บไซต์โดยที่ไม่ต้องเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต ซึ่ง XAMPP จะมาพร้อมกับ PHP ภาษาสำหรับพัฒนาเว็บไซต์, MySQL ฐานข้อมูล, Apache ทำหน้าที่เป็น Web Server, phpMyadmin ระบบจัดการฐานข้อมูล เป็นต้น


เริ่มต้นด้วยการโหลดตัวติดตั้งมาก่อน โหลดที่นี่

เมื่อโหลดเสร็จแล้ว ดับเบิ้ลคลิ๊กที่ตัวติดตั้งแล้วจะขึ้นหน้าจอแบบนี้ ให้คลิ๊ก Next

เลือกโปรแกรมที่จะติดตั้ง(หรือจะติดตั้งทั้งหมดก็ได้) จากนั้นคลิ๊ก Next

เลือก Path ที่จะติดตั้งโปรแกรมแล้วก็คลิ๊ก Next


คลิ๊ก Next

กำลังติดตั้งโปรแกรม โปรดรอ.....

เลือกสั่งให้โปรแกรมทำงานแล้วกด Finish

จะได้หน้าจอโปรแกรมแบบนี้


เพื่อน ๆ สามารถเปิดโปรแกรมได้จากการดับเบิ้ลคลิ๊ก xampp-control ใน Path ที่ติดตั้งโปรแกรม
หรือไอคอนตรง Taskbar ที่มุมขวาล่าง

เข้าเว็บบราวเซอร์แล้วพิมพ์ localhost จะพบ Error ไม่สามารถใช้งานได้
เนื่องจากเรายังไม่ได้เปิดใช้งาน Service ตัวจำลอง Web Server

กลับไปที่หน้าโปรแกรม กด Start เพื่อใช้งาน Service ได้
หลัก ๆ ที่จะใช้งานได้แก่ Apache กับ MySQL

กลับมาที่เว็บบราวเซอร์แล้วกด refresh ก็จะพบว่าตัวจำลอง Web Server ใช้งานได้แล้ว


          มาถึงขั้นนี้เราก็พร้อมที่เขียนเว็บแล้วล่ะ แต่ก่อนหน้านั้นเรามาทำความรู้จักโฟลเดอร์สำคัญ ๆ ที่จะใช้งาน แล้วก็ config ค่าที่จำเป็นกันก่อนดีกว่า
  • apache: เป็นโฟลเดอร์ที่เก็บไฟล์ Apache ซึ่งเป็นตัวจำลอง Web Server
  • htdocs: เป็นโฟลเดอร์ที่เก็บไฟล์ .php ที่เราสร้างขึ้นมา ***สำคัญ: เราจำเป็นต้องสร้างไฟล์ .php หรือเว็บไซต์ไว้ภายในโฟลเดอร์ htdocs ถึงจะทำการทดสอบผ่าน url http://localhost/ ได้***
  • mysql: เป็นโฟลเดอร์ที่เก็บไฟล์ฐานข้อมูล
  • php: เป็นโฟลเดอร์ที่เก็บ config ของ php
  • phpMyAdmin: เป็นโฟลเดอร์ที่เก็บโปรแกรมจัดการฐานข้อมูล
          เอาล่ะ! เรารู้จักโฟลเดอร์สำคัญกันอย่างคร่าว ๆ ไปเรียบร้อยแล้ว ต่อไปเราจะมีทำการ config ฐานข้อมูลกัน เนื่องจากตอนติดตั้ง XAMPP ไม่มีให้ทำการตั้งค่า password ของฐานข้อมูล ดังนั้นเราเลยสามารถเข้าฐานข้อมูลได้โดยไม่ต้อง Login ซึ่งถ้าเอาไปใช้งานจริงแล้วใคร ๆ ก็สามารถเข้าไปดูฐานข้อมูลของเราได้แบบนี้ไม่ดีแน่ เพราะงั้นเรามา config password ของฐานข้อมูลกัน

อันดับแรกให้เราเข้าไปที่ http://localhost/phpmyadmin/ แล้วคลิ๊กที่เมนู User accounts
คลิ๊กที่ Edit privileges

คลิ๊กที่ Change password

พิมพ์ password ที่ต้องการ จากนั้นคลิ๊ก Go

พอเรา refresh เว็บบราวเซอร์แล้วจะพบกับ Error
เนื่องจากเรายังไม่ได้ config password ในไฟล์ config

ไปที่ path ติดตั้งโปรแกรม ให้เราเข้าโฟลเดอร์ phpMyAdmin

เปิดไฟล์ config.inc.php ด้วยโปรแกรม Sublime Text

บรรทัดที่ 21 ให้แก้เป็น $cfg['Servers'][$i]['password'] = '***';
โดย *** คือ password ที่เราตั้งค่าใน http://localhost/phpmyadmin/

เท่านี้เราก็เข้าใช้งานฐานข้อมูลได้แล้ว

ทดสอบรันโค้ด PHP


          หลังจากติดตั้งโปรแกรมเสร็จเรียบร้อยแล้ว เรามาทดสอบรันโค้ด PHP กันก่อนดีกว่า เปิดโปรแกรม Sublime Text ขึ้นมาแล้วเขียนโค้ดตามนี้

<?php

echo "Hello World, PHP.";

?>

          จากนั้นก็เซฟไฟล์เป็นชื่อ helloWorld.php เก็บไว้ในโฟลเดอร์ htdocs ตามที่ได้อธิบายไว้ก่อนหน้านี้ วิธีรันโค้ดที่เขียนให้เข้าไปที่ url: http://localhost/helloWorld.php ก็จะได้ผลลัพธ์ตามรูปข้างล่าง .....อ้อ! อย่าลืมสั่ง start Apache ก่อนนะครับ


อธิบายเพิ่มเติม: url http://localhost/xxx จะทำการเรียกไฟล์ xxx ในโฟลเดอร์ htdocs เช่น

  • http://localhost/helloWorld.php จะทำการรันไฟล์ helloWorld.php ที่อยู่ในโฟลเดอร์ htdocs
  • http://localhost/example/testRun.php จะทำการรันไฟล์ testRun.php ที่อยู่ในโฟลเดอร์ htdocs/example/
  • http://localhost/example1/example2/testRun.php จะทำการรันไฟล์ testRun.php ที่อยู่ในโฟลเดอร์ htdocs/example1/example2/
กรณีที่ไม่ใส่ชื่อไฟล์ เช่น http://localhost/ ระบบก็จะทำการรันไฟล์ index.html ก่อน ถ้ายังไม่เจอไฟล์นี้ระบบก็จะรันไฟล์ index.php เป็นอันดับถัดไป

          เป็นยังไงกันบ้าง บล็อกนี้ยาวไปสักนิดแต่ก็ทำให้เราเตรียมเครื่องให้พร้อมสำหรับการเขียน PHP เรียบร้อยแล้ว พบกันใหม่ในบล็อกถัดไปนะครับ


----- สารบัญ -----


วันพฤหัสบดีที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2559

ค้นพบยาที่สามารถฆ่าเชื้อ HIV ได้!

(ภาพจาก Americanpregnancy.org)

          ถ้าพูดถึงไวรัส HIV (Human Immunodeficiency Virus) ใคร ๆ ก็รู้จักในฐานะโรคร้ายที่จะปลิดชีวิตผู้ที่ติดเชื้ออย่างไม่มีทางรักษา แต่ในอนาคตอาจจะไม่เป็นเช่นนั้น เพราะมีการค้นพบตัวยาที่สามารถฆ่าไวรัส HIV ได้แล้ว แต่ก่อนหน้านั้นเรามาทำความรู้จักกับไวรัส HIV คร่าว ๆ กันก่อนดีกว่า

          เมื่อร่างกายได้รับเชื้อ HIV เข้าไปแล้ว ตัวไวรัสจะพุ่งเป้าหมายไปยังระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย โดยไวรัสจะไปเกาะจับที่ T-cell ซึ่งเป็นเซลล์เม็ดเลือดขาว นอกจากจะทำให้เซลล์เม็ดเลือดขาวไม่กำจัดเชื้อโรคที่เข้าสู่ร่างกายแล้ว ยังเป็นแหล่งผลิตไวรัสอีกด้วย ลองจินตนาการดูว่าร่างกายของเราคือประเทศ ๆ หนึ่ง ซึ่งมีระบบภูมิคุ้มกันเป็นตำรวจ ส่วนเชื้อโรคก็คือโจรที่เข้ามาทำอันตรายต่อร่างกายเรา เมื่อไวรัส HIV เข้ามาในร่างกายแล้วก็จะไปทำตำรวจอ่อนแอลงจนไม่สามารถปราบโจรได้ โจรก็จะทำลายจนประเทศล่มจม

          "อ้าว แล้วโรคเอดส์ล่ะ คืออะไร" .....โรคเอดส์ก็คือระยะสุดท้ายของ HIV ซึ่งระบบภูมิคุ้มกันถูกทำลายจนไม่สามารถกำจัดเชื้อโรคต่าง ๆ ได้แล้ว จากจินตนาการเมื่อกี้จะเห็นได้ว่าส่วนมากของผู้ที่ติดเชื้อจะเสียชีวิตด้วยโรคแทรกซ้อน นั่นเป็นเพราะเมื่อระบบภูมิคุ้มกันถูกทำลายแล้ว เราก็จะไม่สามารถต่อต้านเชื้อโรคต่าง ๆ ที่บุกรุกเข้ามาในร่างกายได้นั่นเอง ..... อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

(ภาพจาก Mims.com)

          การรักษาผู้ติดเชื้อ HIV ในปัจจุบันเรียกว่า Anti-Retroviral Therapies (หรือเรียกย่อๆว่า Art) เป็นการให้ยาต่อต้านไวรัสที่จะยับยั้งการเพิ่มจำนวนของไวรัส และการลดเข้าไปเกาะจับเซลล์เม็ดเลือดขาวของไวรัส แต่ยาไม่สามารถรักษาเซลล์เม็ดเลือดขาวที่หยุดเจริญเติบโตได้ ซึ่งหมายถึงไม่สามารถขจัดไวรัสออกไปจนหมดได้ แถมยังคงมีการเพิ่มจำนวนไวรัสอยู่อีกด้วย ดังนั้นการรักษาแบบนี้จึงเป็นแค่การยืดชีวิตผู้ป่วยให้ยาวนานขึ้น

          การรักษาแบบใหม่นี้จะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ในส่วนแรกวัคซีนจะช่วยให้ร่างกายสามารถตรวจจับเซลล์ที่ติดเชื้อ HIV และในส่วนที่สองยาที่เรียกว่า Vorinostat จะไปกระตุ้นเซลล์ที่หยุดเจริญเติบโตทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายสามารถตรวจจับไวรัสได้ ซึ่งจากการทดสอบรักษาผู้ป่วย 50 คนของนักวิจัยจาก 5 มหาวิทยาลัยในสหราชอาณาจักร ผลการตรวจเลือดของชายวัย 44 ปีหลังการรักษาแลัวไม่พบเชื้อไวรัส HIV ในร่างกายอีกแล้ว

          คุณ Mark Samuels กรรมการผู้อำนวยการของสถาบัน National Institute for Health Research Office for Clinical Research Infrastructure กล่าวว่า "เรากำลังวิจัยวิธีที่จะรักษาเชื้อ HIV ให้หายขาด นี่เป็นการท้าทายครั้งสำคัญ ถึงมันยังเร็วไปที่จะบอกว่าวิธีนี้สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่กระบวนการวิจัยกำลังเป็นไปด้วยดี"

          Professor Sarah Fidler แพทย์ที่ปรึกษาให้สัมภาษณ์ว่า "การรักษาแบบใหม่นี้ถูกออกแบบมาให้กำจัดเชื้อ HIV ทั้งหมดรวมถึงเซลล์ที่หยุดเจริญเติบโตไปแล้วออกไปจากร่างกาย และการรักษาก็ประสบผลสำเร็จในห้องทดลอง ซึ่งเป็นข้อพิสูจน์ว่ามันก็จะใช้ได้ผลกับมนุษย์ด้วย แต่ว่ายังต้องใช้เวลาอีกนานกว่าจะนำมาใช้รักษาจริงได้"

          ถึงจะเป็นเพียงผลลัพธ์ในห้องทดลอง ยังไม่สามารถนำมาใช้รักษาผู้ป่วยได้จริง แต่ก็ถือเป็นความก้าวหน้าทางการแพทย์ที่สำคัญ ในอนาคตเราอาจจะไม่ต้องกลัว HIV อีกต่อไปแล้วก็ได้

ที่มา: Telegraph.co.uk


วันพุธที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2559

สรุปงาน Made by Google เปิดตัวอุปกรณ์ใหม่ของ Google ในวันที่ 4 ตุลาคม 2559


          จบกันไปเรียบร้อยแล้วนะครับสำหรับงาน Made by Goole ซึ่งเป็นงานเปิดตัวอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ใหม่ของ Google ในวันที่ 4 ตุลาคม 2559 งานนี้มีอุปกรณ์น่าเล่นมากมาย ที่อยากได้มากที่สุดก็คงจะเป็นโทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่ Pixel XL เนี่ยแหละครับ (ฮา) .....เอาล่ะ เรามาดูกันดีกว่าว่าในงานนี้มีอะไรน่าสนใจกันบ้าง


          เริ่มต้นงานด้วยคลิปนี้ ขอสารภาพตามตรงว่ายังไม่เคยดูเรื่อง Silicon Valley เลย (ฮา) หลังจากนั้นคุณ Sundar Pichai ซึ่งเป็น CEO ของ Google ก็เดินออกมากล่าวเปิดงาน เล่าถึงการเปลี่ยนผ่านจากยุค PC ที่ทำงานแบบ Stand-alone คอมพิวเตอร์แต่ละเครื่องไม่เชื่อมต่อกัน ส่งไฟล์ผ่านแผ่น Floppy Disk (ดักแก่เลยจ้า ฮะฮะ) ไปสู่ยุค Web ที่คอมพิวเตอร์สื่อสารกันผ่านอินเตอร์เน็ต จากนั้นก็พัฒนาไปสู่ยุค Mobile First ที่สามารถใช้โทรศัพท์มือถือติดต่อสื่อสารกับอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้ แล้วก็เข้าสู่ยุค AI First ซึ่งเป็นยุคที่สิ่งประดิษฐ์สามารถเรียนรู้ได้ด้วยตัวเองจากข้อมูลมากมาย ยกตัวอย่างเช่น Alpha Go ปัญญาประดิษฐ์ที่เอาชนะแชมป์เกม Go ได้นั่นเอง


          หลังจากพูดเสร็จคุณ Sundar Pichai ก็แสดงคลิปแนะนำ Google Assistant ซึ่งเป็น AI ที่จะคอยช่วยเหลือเรา โดยทาง Google ก็มีการ(แอบ)เก็บข้อมูลการใช้งานของเรา นำไปให้ AI เรียนรู้ เพื่อที่จะได้ตอบสนองหรือนำเสนอข้อมูลได้ตรงตามที่เราต้องการ ราวกับ Google ถูกสร้างมาให้เข้ากับการใช้ชีวิตของเราโดยเฉพาะ

          ถัดไปก็เป็นเรื่องของ Machine learning ซึ่งทาง Google ได้ให้คอมพิวเตอร์แยกแยะรูปภาพว่าในรูปนั้น ๆ มีอะไรอยู่บ้าง ซึ่งตอนนี้สามารถแยกแยะรูปได้ถึง 93.9% เช่น แต่ก่อนแยกแยะได้ว่าในรูปมีรถไฟ แต่ปัจจุบันสามารถแยกแยะได้ลึกกว่านั้นว่ารถไฟมีสีอะไรบ้าง เป็นต้น Google Translate เองก็ยังมีการเรียนรู้เพื่อแปลข้อความออกมาให้แม่นยำมากกว่าเดิม นอกจากนี้แอปพลิเคชันแชทตัวใหม่ที่ชื่อ Allo ก็ยังสามารถพูดคุยโต้ตอบกับผู้ใช้งานได้อีกด้วย หลังจากเกริ่นนำไปพอสมควรแล้วก็ถึงเวลาเปิดตัวอุปกรณ์ใหม่ ๆ แล้ว

Pixel, Pixel XL



          อุปกรณ์ใหม่ชิ้นแรกที่เปิดตัวก็คือสิ่งที่ทุกคน ๆ เฝ้ารอคอยกันอยู่ นั่นก็คือ Google Pixel และ Google Pixel XL นั่นเอง เจ้าอุปกรณ์นี้ถูกกล่าวว่าเป็นมือถือที่ดีที่สุดของ Google ซึ่งมาพร้อมกับฟีเจอร์พิเศษ 5 อย่างได้แก่

  • Google Assistant: ผู้ช่วยที่จะแสดงข้อมูลตามที่ผู้ใช้งานต้องการด้วยคำสั่งเสียง พร้อมทั้งพยายามคาดเดาว่าผู้ใช้ต้องการจะทำอะไรต่อ เช่น บอกให้แสดงรูปถ่ายภายในเครื่อง บอกให้ตรวจสอบรอบการแสดงละคร เป็นต้น วิธีเรียกใช้งานก็ง่าย ๆ เพียงแค่กดปุ่มโฮมค้างไว้เท่านั้นเอง
  • กล้องถ่ายภาพ: ได้รับคะแนนภาพถ่าย 89 คะแนนซึ่งเป็นคะแนนสูงที่สุดในบรรดากล้องจากโทรศัพท์มือถือจากเว็บจัดอันดับกล้องมือถือ DxOMark ซึ่งนอกจากจะใช้ฮาร์ดแวร์ของกล้องแล้ว ยังใช้ซอฟต์แวร์ HDR+ ร่วมอีกด้วย ภาพที่ได้จึงคมชัดและสว่าง แล้วยังมี Zero Shutter Lag ทำให้สามารถถ่ายรูปต่อเนื่องได้อย่างไม่ติดขัด สุดท้ายเป็นส่วนของวิดีโอซึ่งมีระบบกันสั่นทำให้คลิปที่ถ่ายออกมานิ่ง
  • หน่วยความจำ: Google Pixel จะมี Google Photo ติดมาพร้อมกับเครื่อง และยังให้พื้นที่ในการ back up ไฟล์ภาพถ่ายและไฟล์วิดีโอเต็มขนาดแบบไม่มีจำกัดพื้นที่ ไม่มีคำว่า Storage Full 
  • การติดต่อสื่อสาร: ใช้แอปพลิเคชันตัวใหม่ได้แก่ Google Duo ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันวิดีโอคอล กับ Google Allo ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันแชท
  • Virtual Reality: Google Pixel เป็นมือถือรุ่นแรกที่รองรับ Daydream Ready ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่ทำให้สามารถใช้งาน Virtual Reality ได้


          Google Pixel มี 3 สีให้เลือกนั่นคือ Quite Black, Very Silver แล้วก็ Really Blue (.....ตั้งชื่อได้กวนจัง ฮา) ส่วนสเปคก็ตามนี้ รายละเอียดเพิ่มเติม และช่องทางการ สั่งซื้อ


Daydream View



          ถัดจากมือถือก็เป็น Daydream View ซึ่งเป็นแว่น Virtual Reality (VR) ที่ใช้ผ้าเป็นวัสดุหลักเพื่อความนุ่มสบายตอนสวมใส่ มีคอนโทรลเลอร์ช่วยในการควบคุม คนที่ใส่แว่นก็สามารถใช้งานได้ (เย้!) ใช้งานโดยการเอามือถือที่รองรับ Daydream Ready มาเสียบ จากนั้นเราก็จะสามารถเข้าสู่โลกแห่ง VR ได้แล้ว ทำให้เราสามารถมองได้ 360 องศา (เพิ่มเติม: เวลาเราสวมแว่น VR และเปิดวิดีโอที่ทำมาสำหรับ VR โดยเฉพาะแล้ว เราจะรู้สึกเหมือนเข้าไปอยู่ในโลกของวิดีโอเลยล่ะ ซึ่งวิดีโอ VR จะแบ่งภาพออกเป็น 2 หน้าจอ จอนึงสำหรับตาซ้าย อีกจอนึงสำหรับตาขวา แต่เมื่อมองผ่านแว่น VR แล้วจะเห็นเป็นจอเดียวพร้อมกับให้ความรู้สึกเสมือนเราเข้าไปอยู่ในเหตุการณ์นั้น ๆ ด้วย)


          ในส่วนคอนโทรลเลอร์ที่ใช้ช่วยในการควบคุมนั้นนอกจากจะมีปุ่มกับ touchpad แล้วยังมีเซนเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนที่อยู่ด้วย ทำให้สามารถใช้ควบคุมอุปกรณ์ในเกม VR ได้ (ตามที่เห็นเกมที่สร้างจากหนังเรื่อง Fantastic Beasts and Where to Find Them ตรงช่วงเวลาที่ 00:39 นาทีของในคลิป จะเห็นไม้กายสิทธิ์ขยับไปตามตัวคอนโทรลเลอร์)
          Daydream View มีราคา $79 รายละเอียดเพิ่มเติม และช่องทางการ สั่งซื้อ

Google Home



          ลำโพงอัจฉริยะสั่งการด้วยเสียงของ Google เปรียบเสมือน Google Assistant ประจำบ้าน เริ่มต้นใช้งานด้วยการพูดว่า "Ok Google" ซึ่งเราสามารถ
  • ถามคำถาม เช่น ถามสภาพอากาศ ถามสภาพการจราจร เป็นต้น
  • สั่งการ เช่น สั่งให้เล่นเพลงจาก Google Play Music หรือสั่งเปิดภาพจาก Google Photo เป็นต้น
  • จัดตารางงาน


          นอกจากนี้ยังสามารถใช้ควบคุมอุปกรณ์อัจฉริยะภายในบ้านได้อีกด้วย อย่างปลั๊กไฟอัจฉริยะ สวิตซ์อัจฉริยะ ทีวีอัจฉริยะ Chromecast หรืออุปกรณ์อัจฉริยะอื่น ๆ ที่อาจตามมาในอนาคต เช่น สั่งให้ลดแสงไฟ เปิด-ปิดเพลง เป็นต้น ดูตามคลิปแล้วอย่างกับมีจาร์วิสในหนัง Ironman เลยนะเนี่ย แต่บ้านเราจะได้ใช้แบบนี้หรือป่าวเนี่ยสิ (ฮา)
          Google Home มีราคา $129 รายละเอียดเพิ่มเติม และช่องทางการ สั่งซื้อ


Google Wi-Fi



          ชื่อก็บอกอยู่แล้วเนอะว่าเป็นอุปกรณ์ที่มีไว้ใช้ทำอะไร ที่เพิ่มเติมจาก Wi-Fi routers ธรรมดาก็คือเมื่อใช้งาน Google Wi-Fi หลาย ๆ ตัวแล้ว เจ้าอุปกรณ์นี้ก็จะคุยกันเองและถ้าจุดไหนมีการใช้สัญญาณมากกว่า Google Wi-Fi ก็จะเร่งสัญญาณ ณ ตรงจุดนั้นให้มากกว่าปกติ
          Google Wi-Fi มีราคา $129 รายละเอียดเพิ่มเติม และช่องทางการ สั่งซื้อ

Chromecast Ultra



          Chromecast เป็นอุปกรณ์เสริมขนาดเล็กที่มีหัวเสียบเป็น HDMI เมื่อเสียบเข้ากับทีวีแล้ว Chromecast จะเป็นตัวกลางสำหรับสตรีมวิดีโอออกไปยังหน้าจอทีวี โดยใช้มือถือหรือเว็บเบราว์เซอร์ Chrome ที่อยู่ในวง Wi-Fi เดียวกันเป็นรีโมต ซึ่ง Chromecast Ultra จะสามารถสตรีมวิดีโอ 4K ที่มีความละเอียดสูง แถมยังเสียบสาย Lan ได้อีกด้วย
          Chromecast Ultra มีราคา $69 รายละเอียดเพิ่มเติม

          สุดท้ายคุณ Scott Huffman ก็ขึ้นเวทีมาพูดเกี่ยวกับ Google System เล่าว่าแต่ก่อน Google Assistant ทำได้แค่นำเสนอข้อมูล ยังไม่สามารถทำอะไรได้มากมายเหมือนปัจจุบัน แต่ปัจจุบันนี้สามารถทำอะไรได้มากกว่านั้น เช่น เวลาถามรอบหนังแล้วก็สามารถจองตั๋วได้เลย

          สรุปงาน Made by Google ก็มีประมาณนี้ จากงานนี้เห็นได้ว่า Google เองก็กระโดดมาเล่นด้านฮาร์ดแวร์บ้างแล้ว เมื่อซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์เป็นของผู้ผลิตเจ้าเดียวกัน อุปกรณ์ก็จะทำงานร่วมกันได้อย่างสมบูรณ์แบบ อาจจะมีอะไรที่ไม่ได้พูดถึงหรือตกหล่นไปบ้าง เพื่อน ๆ ก็สามารถดูวิดีโองาน Made by Google แบบเต็ม ๆ ได้ที่คลิปข้างล่างเลย


ที่มา: Made by Google Youtube , Made by Google Web


วันอังคารที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2559

[ประชาสัมพันธ์] THEPA Talk (เท่ปะทอล์ค) #2 : Particle Physics Research at CERN and Future Colliders


        ประชาสัมพันธ์งานบรรยายพิเศษเกี่ยวกับฟิสิกส์ในหัวข้อ Particle Physics Research at CERN and Future Colliders โดย ดร.นรพัทธ์ ศรีมโนภาษ ภาควิชาฟิสิกส์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อน ๆ สามารถลงทะเบียนเพื่อรับของว่างได้ ที่นี่ เลยครับ

วันพุธที่ 19 ตุลาคม 2559
เวลา 13.30 - 15.30 น.
สถานที่ ห้อง 410 อาคาร 10 มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ


วิธีเดินทาง

  • รถยนต์
    • ด้านถนนอโศกมนตรี: มาได้จากเส้น ถ.รัชดาภิเษก, หรือมาทาง ถ.พระราม 3, แยกอโศก, แยกเพชรบุรี ทางด่วนที่ใกล้ ทางด่วนพระราม 9 และทางพิเศษศรีรัชแยกประดิษฐ์มนูธรรม
    • ด้านถนนสุขุมวิท 23: มาได้จากเส้น ถ.สุขุมวิท หรือมาทาง ถ.พระราม 1 เข้าซอยสุขุมวิท 23 (มีปั๊ม Shell และตึกจัสมินระหว่างซอย) ขับตรงมาจากปากซอย 23 เรื่อยๆจนสุดซอย
    • ด้านถนนเพชรบุรีตัดใหม่: เลี้ยวเข้าซอยพร้อมพงษ์ (แยกอิตัลไทย/สเต็กลาว) เข้าเส้นสุขุมวิท 39 วันเวย์ตามทางพร้อมจิตร และเข้าเส้นสุขุมวิท 31 สังเกตป้าย มศว ตลอดทาง เข้าด้านหลังโรงเรียนสาธิต มศว ประสานมิตร
  • รถไฟฟ้าBTS: สถานีอโศก ลง Exit 3 ข้ามฝั่ง (ลงทางเชื่อม MRT ได้) มายังซอยสุขุมวิท 23 ขึ้นวินมอเตอร์ไซค์ได้ตรง ซอยคาวบอย หรือเดินทะลุ Interchange 21 มาขึ้นมอเตอร์ไซค์ด้านหลังตึก
  • รถไฟฟ้าใต้ดิน MRT
    • สถานีเพชรบุรี
      • ออกประตู 2 เดินย้อนข้ามคลองแสนแสบถึง 7-eleven ข้ามฝั่งไปโรงพยาบาลจักษุรัตนิน เดินเข้าไปจนสุดซอย
      • ออกประตู 1 เดินย้อนไปเส้น ถ.เพชรบุรี ข้ามสะพานลอย เข้าซอยตรง 7-eleven เดินข้ามคลองแสนแสบ หรือขึ้นวินมอเตอร์ไซค์หน้าสถานี
    • สถานีสุขุมวิท:
      • ออกประตู 2 เดินย้อนเข้าตึก Interchange 21 ออกด้านหลัง ขึ้นวินมอเตอร์ไซค์ซอยสุขุมวิท 23
      • ออกประตู 1, 3 ขึ้นมอเตอร์ไซค์ วิ่งเส้นอโศกมนตรี
  • เรือโดยสารคลองแสนแสบ: ขึ้นที่ท่าเรือ มศว ประสานมิตร
  • รถประจำทาง
    • ด้านถนนอโศกมนตรี: รถเมล์สาย 138, 98, 136 ลงหน้า Q House เดินเข้าลาน SWUNIPLEX หรือลงโรงพยาบาลจักษุรัตนิน เดินเข้าซอยด้านข้างมหาวิทยาลัย 
    • ด้านถนนสุขุมวิท 23: รถเมล์สาย 2, 25 38, 40, 48, 98, 501, 508, 511, ปอ.พ. 6 และ Airport bus ลงหน้าตึก Jasmine เดินเข้าซอยสุขุมวิท 23 ต่อวินมอเตอร์ไซค์ 
    • ด้านถนนเพชรบุรีตัดใหม่: รถเมล์สาย 11, 23, 58, 60, 72, 93, 99, 113, 206, 512, ปอ.พ. 10 และปอ.พ. 23 เข้าซอยข้าง 7-eleven และ CP Freshmart ข้ามสะพานคลองแสนแสบ



[ประชาสัมพันธ์] 2600 Thailand Meeting #27

          ประชาสัมพันธ์งานมีตติ้งของกลุ่ม 2600 Thailand ครับ ครั้งนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 27 แล้ว โดยมีหัวข้อสนทนาเกี่ยวกับ Offensive Security Certified Professional (OSCP) Certification ทั้งแนะนำเกี่ยวกับเนื้อหาการสอบ การเตรียมตัวสอบ ใบรับรองด้านการทดสอบเจาะแฮกระบบ และอื่น ๆ งานฟรีไม่มีการลงทะเบียน เพื่อน ๆ สามารถไปเข้าร่วมงานได้เลยครับ

วันศุกร์ที่ 7 ตุลาคม 2559
เวลา 18.40 - 20.40 น.
สถานที่ The Connecion ชั้น 2 ห้อง 7 อยู่ตรง MRT สถานีลาดพร้าว (รายละเอียดเพิ่มเติม)

2600 คืออะไร

          2600 คือ มีตติ้งกรุ้ปของกลุ่มคนที่มีความสนใจเกี่ยวกับความปลอดภัยของคอมพิวเตอร์ที่ไม่ได้ถูกนำเสนอในชั้นเรียน โดยมีการนัดหมายเพื่อพบปะแลกเปลี่ยนความรู้ทุก ๆ วันศุกร์แรกของทุกเดือน ซึ่งมีตติ้งกรุ้ปของ 2600 นั้นจะมีกระจายอยู่ตามประเทศต่าง ๆ และการเข้าร่วมจะเป็นในลักษณะ Free Access หรือเข้าร่วมได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายและไม่จำกัดว่าต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญ





วันจันทร์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2559

[PHP] ตอนที่ 1: ทำความรู้จักกับ PHP


          ปัจจุบันนี้อินเตอร์เน็ตได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของเราอย่างมาก ซึ่งเว็บไซต์ก็เป็นช่องทางยอดนิยมที่ใช้ในการสื่อสารข้อมูล นอกจากจะใช้แสดงข้อมูลข่าวสารแล้ว ยังสามารถใช้เป็นร้านค้าออนไลน์อย่าง lnwshop หรือไม่ก็ใช้เชื่อมโยงกับเพื่อน ๆ เป็นเครือข่ายสังคมออนไลน์ (Social Network) อย่าง Facebook แต่เพื่อน ๆ เคยสงสัยกันบ้างหรือเปล่าว่าเว็บไซต์เหล่านั้นมีวิธีสร้างหรือมีหลักการทำงานอย่างไร .....ถ้าเพื่อน ๆ สงสัย งั้นเรามาทำความเข้าใจการทำงานของเว็บไซต์อย่างคร่าว ๆ กันเถอะ


          เวลาเพื่อน ๆ เข้าเว็บไซต์ด้วยเว็บบราวเซอร์ (เช่น Internet explorer, Firefox, Chromeเป็นต้น) ก็จะทำการส่ง Request ไปที่ Server (รายละเอียดเพิ่มเติม) จากนั้น Server ก็จะทำการส่งไฟล์ HTML (รายละเอียดเพิ่มเติม) กลับมา และเว็บบราวเซอร์ก็จะแสดงผลออกมา นี่เป็นหลักการทำงานคร่าว ๆ ของเว็บ แต่หลักการแค่นี้ทำได้แค่เว็บไซต์แบบ Static ธรรมดา ๆ ที่เอาไว้แสดงข้อมูลเฉย ๆ เท่านั้น ไม่สามารถมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ใช้งานได้ ดังนั้นจึงต้องมีการเพิ่มสคริปต์ PHP (รายละเอียดเพิ่มเติม) เข้ามาเพื่อช่วยให้เว็บไซต์มีลูกเล่นมากขึ้น


          หลังจากเพิ่มสคริปต์ PHP ลงไปแล้ว Server จะทำการประมวลผลก่อนจะสร้างไฟล์ HTML ส่งกลับไปให้ผู้ใช้ ทีนี้เว็บไซต์ของเราก็สามารถทำปฏิสัมพันธ์กับผู้ใช้งานได้แล้ว .....นอกจากภาษา PHP แล้วก็ยังมีภาษาอื่นอีกที่ใช้สำหรับเพิ่มสีสันให้กับเว็บไซต์ แต่ภาษา PHP มีรูปแบบไม่ซับซ้อน สามารถศึกษาได้ง่าย แล้วก็ยังฟรีอีกด้วย

          เป็นยังไงบ้างครับ ตอนนี้เพื่อน ๆ ก็พอจะเข้าใจการทำงานของเว็บไซต์แล้ว เริ่มสนใจที่จะลองสร้างเว็บไซต์กันแล้วหรือยังเอ่ย บล็อกหน้าเราจะมาเตรียมเครื่องให้พร้อมก่อนจะเขียน PHP กันครับ



---------- รายละเอียดเพิ่มเติม ----------

          Server: เครื่องคอมพิวเตอร์สเปคสูงที่เปิดทำงานตลอด 24 ชั่วโมงไม่มีพัก เพื่อรอให้ผู้ใช้งานเข้ามาเรียกใช้หน้าเว็บ .....เปิดตลอดเวลาแบบนี้น่าสงสารเนอะ
          HTML: ย่อมาจาก Hypertext Markup Language หมายถึงข้อความที่เชื่อมต่อกันผ่านลิงค์ เช่นถ้าเราคลิ๊กข้อความ Google หน้าจอก็จะเปลี่ยนเป็นเว็บ Google นั่นเป็นเพราะข้อความนั้นเชื่อมต่อไปยังเว็บไซต์ Google นั่นเอง
          PHP: เป็นภาษาสำหรับเขียนโปรแกรมบนเว็บไซต์ โดยนามสกุลไฟล์จะเป็น .php ซึ่งสามารถนำไปเปิดดูหรือแก้ไขไฟล์ได้ด้วย Text Editor ซึ่ง PHP จะทำงานบนฝั่ง Server ใช้สำหรับคำนวณค่า ประมวล จัดเก็บลงฐานข้อมูล ก่อนจะส่งผลลัพธ์กลับไปให้ผู้เรียกใช้งานในรูปไฟลฺ HTML ซึ่งเราสามารถเขียน PHP ร่วมกับ HTML เพื่อช่วยเพิ่มสีสันให้เว็บไซต์ได้อีกด้วย


----- สารบัญ -----



วันอาทิตย์ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2559

OWASP Thailand Meeting : A7 Missing Function Level Access Control



          เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (29 กันยายน 2559) ผมได้ไปร่วมงานสัมนาของ OWASP Thailand ในหัวข้อ A7 Missing Function Level Access Control ที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ภายในงานมีเลี้ยงซาลาเปาหมูแดง(ของวราภรณ์)กับกาแฟ และระหว่างที่รอวิทยากรคุณศรัณยูซึ่งกำลังเดินทางมา คุณกิติศักดิ์ (OWASP Thailand Chapter Leader) ก็ได้ขึ้นมากล่าวแนะนำกลุ่ม OWASP Thailand

          OWASP ย่อมาจาก Open Web Application Security Project เป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร ตั้งขึ้นในวันที่ 21 เมษายน 2547 ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อปรับปรุงการพัฒนาเว็บแอปพลิเคชันให้มีความปลอดภัย มีการจัดสัมนาอบรมเกี่ยวกับความปลอดภัยเว็บแอปพลิเคชัน และมีการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับช่องโหว่ที่พบและวิธีการป้องกันเว็บแอปพลิเคชัน

          หลังจาก OWASP ถูกจัดตั้งขึ้นก็ได้มีการจัดตั้ง OWASP Chapter ขึ้นในประเทศต่าง ๆ โดยในประเทศไทยเรียกว่า OWASP Thailand Chapter และทาง OWASP Thailand Chapter ก็มีการจัดสัมนาให้ความรู้ด้านความปลอดภัยของเว็บไซต์ทุก ๆ เดือน



          เมื่อวิทยากรมาถึงก็เริ่มเข้าสู่การบรรยาย A7 Missing Function Level Access Control ซึ่ง A7 เป็น 1 ใน 10 อันดับของ OWASP Top 10 ปี 2013 ที่ทาง OWASP ได้จัดอันดับช่องโหว่ที่พบได้บ่อยในเว็บแอปพลิเคชัน 10 อันดับ โดย A7 เป็นช่องโหว่ที่เกี่ยวกับการจำกัดสิทธิ์การเข้าใช้งานเว็บแอปพลิเคชัน เช่น user คนนึงสามารถแฮกเข้าใช้งานเว็บไซต์ในฐานะ admin ได้โดยไม่ได้รับอนุญาต หรือ user คนนั้นสามารถแฮกเข้าไปดูข้อมูลส่วนตัวของบุคคลอื่นได้ ลองจินตนาการถึงใครบางคนที่สามารถลบข้อมูลส่วนตัวหรือแอบเข้ามาดูเงินในบัญชีของเพื่อน ๆ ดูสิ (นึกถึงคนร้ายจากเรื่องโคนันเลยแฮะ ฮา)


          สาเหตุที่เกิดช่องโหว่ A7 นั้นมาจากความไม่รอบคอบในการพัฒนาเว็บแอปพลิเคชัน โดยนักพัฒนาลืมใส่ตัวตรวจสอบสิทธิ์การเข้าใช้งานเว็บไซต์หรือใส่ตัวตรวจสอบแล้วแต่ไม่ครบทุกกรณี จึงทำให้คนร้ายผู้ไม่หวังดีสามารถแฮกเข้ามาในเว็บไซต์ได้ เพราะฉะนั้นเวลาพัฒนาเว็บไซต์ เพื่อน ๆ ต้องรอบคอบด้วยล่ะ


          หลังจากจบการบรรยาย คุณกิติศักดิ์ก็ขึ้นเวทีมาแจ้งว่าจะมีงานสัมนาใหญ่ปลายปี ส่วนจะเป็นวันอะไรสถานที่ไหน ผมจะนำมาแจ้งให้เพื่อน ๆ ทราบอีกที .....สำหรับอันดับอื่น ๆ ของ OWASP Top 10 ปี 2013 เพื่อน ๆ สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ ที่นี่ เลยครับ

Slide ในงานโหลดได้ ที่นี่